วิกฤตท่องเที่ยวโลก สัญญาณเตือนจากผลสำรวจที่น่าตกใจ
ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญ เมื่อผลสำรวจล่าสุดจาก Morning Consult ซึ่งได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 16,000 คน กระจายอยู่ใน 15 ประเทศทั่วโลก ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นที่น่ากังวลสำหรับหลายประเทศที่พึ่งพาเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว โดยพบว่ามีสัดส่วนของประชากรจำนวนไม่น้อยที่ตัดสินใจเลือกที่จะไม่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศอีกต่อไป ซึ่งแนวโน้มนี้กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
เผยโฉม 5 อันดับแรกของประเทศที่ประชากรไม่อยากออกนอกประเทศ
จากผลสำรวจ 15 ประเทศทั่วโลก มี 5 ประเทศที่ติดอันดับต้นๆ ของผู้ที่ตอบว่าไม่อยากไปเที่ยวต่างประเทศอีกต่อไป โดยที่น่าตกใจคือ 3 ใน 5 ประเทศนี้ถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักที่ประเทศไทยตั้งความหวังไว้สูงมาก ได้แก่ อันดับ 1 คือ ญี่ปุ่น ด้วยสัดส่วนสูงถึง 35 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 2 คือ เกาหลีใต้ ที่ 15 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 3 คือ จีนแผ่นดินใหญ่ ที่ 14 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่อันดับ 4 คือ สหรัฐอเมริกา ที่ 14 เปอร์เซ็นต์ และอันดับ 5 คือ เม็กซิโก ที่ประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์
เจาะลึกสถานการณ์ในเอเชียและกลุ่มประเทศอื่นๆ
เมื่อเราพิจารณารายชื่อประเทศในอันดับถัดไป พบว่ารัสเซียครองอันดับ 6 ด้วยสัดส่วน 11 เปอร์เซ็นต์ อินเดียอยู่ในอันดับ 8 ที่ 10 เปอร์เซ็นต์ และสหราชอาณาจักรอยู่ในอันดับ 12 ที่ 8 เปอร์เซ็นต์ โดยประเทศที่มีสัดส่วนความต้องการไม่อยากไปต่างประเทศน้อยที่สุดในกลุ่มสำรวจคือสเปนที่ 4 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ถือเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของเอเชีย การที่คนในประเทศเหล่านี้มีทัศนคติเปลี่ยนไปย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจากภูมิภาคนี้เป็นหลัก
ทำไมชาวญี่ปุ่นถึงไม่นิยมเที่ยวต่างประเทศเหมือนเดิม?
ผู้เชี่ยวชาญอย่างศาสตราจารย์ ฮิเดกิ ฟุรูญ่า จากมหาวิทยาลัยโตโย ได้วิเคราะห์พฤติกรรมนี้ว่า ผลพวงจากการระบาดของโควิด-19 ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ได้เปลี่ยนทัศนคติของคนญี่ปุ่นไปอย่างสิ้นเชิง ชาวญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องการวางแผนและการป้องกันความเสี่ยงอย่างละเอียดรอบคอบ ความกังวลเรื่องการติดเชื้อจากต่างประเทศกลับเข้าสู่บ้านเกิดยังคงฝังรากลึก นอกจากนี้ ค่าเงินเยนที่ผันผวนอย่างหนักเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา ยิ่งทำให้การวางแผนการเงินสำหรับการเดินทางเป็นเรื่องยากลำบาก ผสมโรงกับความกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปี 2023 ที่อาจจะหนักหนาสาหัสกว่าเดิม
สัญญาณเตือนจากพาสปอร์ตและการเดินทาง
ข้อมูลที่น่าสนใจอีกประการคือ ตัวเลขการถือครองหนังสือเดินทางของชาวญี่ปุ่นก่อนโควิด-19 นั้นต่ำที่สุดในกลุ่ม G7 อยู่ที่เพียง 23 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มการไม่อยากเดินทางไปต่างประเทศนั้นมีสัญญาณมานานแล้ว และสถานการณ์การระบาดเพียงแค่เข้ามาตอกย้ำความรู้สึกนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้แม้จะมีการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ แต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้กลับมาพุ่งสูงดังที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้
บทสรุปสำหรับอนาคตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
แม้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกจะพยายามสื่อสารว่าการเดินทางกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่ในความเป็นจริง พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและความวิตกกังวลส่วนบุคคล ภาคธุรกิจท่องเที่ยวคงต้องยอมรับความจริงว่าการคาดหวังให้นักท่องเที่ยวกลับมาในรูปแบบเดิมอาจไม่ใช่เรื่องง่าย และเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวสุดท้ายอย่างการท่องเที่ยวอาจต้องเผชิญกับความท้าทายในระยะยาวต่อไป หากสภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอนเช่นนี้
ที่มา : youtube channel BTimes
