วิกฤตการเงินที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อกาวน์
หลายคนอาจมองว่าอาชีพแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์เฉพาะทางที่มีรายได้สูงนั้นเป็นอาชีพที่มั่นคงและห่างไกลจากปัญหาหนี้สิน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาทางการเงินสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ที่เรียนจบสูงหรือมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ประสบการณ์จากนายแพทย์กิตติ์ภวิศ หรือหมออาร์ม คือตัวอย่างที่ชัดเจนของคำว่าเอาอยู่จนเกือบเอาตัวไม่รอด
ในอดีต ผมเป็นคนที่ใช้ชีวิตแบบไร้แผนการเงิน แม้จะมีรายได้หลักแสนจากการทำงานหนักทั้งในโรงพยาบาลรัฐและรับจ๊อบตามคลินิกเอกชน แต่ด้วยความที่ไม่มีใครสอนเรื่องการบริหารเงิน ผมจึงมองแค่รายได้ที่เข้ามาและใช้จ่ายเพื่อรางวัลชีวิตอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวหรือที่พักหรูหรา โดยมีความคิดฝังหัวว่าหาใหม่ได้เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งชีวิตก็ตกอยู่ในวังวนของหนี้สินบัตรเครดิตที่พุ่งสูงถึง 3 ล้านบาท
กับดักที่เรียกว่าการรูดบัตรเพื่อหมุนเงิน
จุดเริ่มต้นของปัญหามาจากความเชื่อที่ผิดๆ ว่าเราควบคุมสถานการณ์ได้ ผมเริ่มใช้บัตรเครดิตแทนเงินสดจนเต็มวงเงิน และเมื่อถึงเวลาที่ต้องจ่าย ก็เลือกใช้วิธีเปิดบัตรใบใหม่มาจ่ายขั้นต่ำของใบเดิม วนลูปไปเรื่อยๆ จนมีบัตรเครดิตถึง 5 ใบ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการไม่เคยจดบันทึกรายรับรายจ่าย ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าเงินหายไปไหนและมีหนี้สินสะสมเท่าไหร่ หน้าฉากที่คนอื่นเห็นคือหมอที่มีชีวิตดี แต่หลังฉากคือความเครียดที่สะสมจนส่งผลต่อสุขภาพและสีหน้า
การตื่นรู้และการยอมรับความจริง
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อภรรยาเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ จนนำไปสู่การจับเข่าคุยกันอย่างจริงจัง การได้นำตัวเลขหนี้สินและรายได้มากางดูตรงหน้า คือวินาทีที่ทำให้ผมตื่นรู้และยอมรับว่าตนเองได้หลงทางมานาน คำว่าเอาอยู่เป็นเพียงมโนภาพที่สร้างขึ้นเพื่อหลอกตัวเอง การยอมรับความจริงในครั้งนั้นคือจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ
กลยุทธ์การปลดหนี้และสร้างความมั่นคง
เมื่อเผชิญหน้ากับความจริง ผมจึงเริ่มวางแผนใหม่โดยใช้หลักการที่สำคัญดังนี้
1. จ่ายให้ตัวเองก่อน
หลักการที่เรียกว่าการออมเงินก่อนใช้เสมอ แม้ในช่วงแรกจะทำได้ยาก แต่ผมเริ่มตั้งเป้าหมายที่ 20% ของรายได้ ซึ่งช่วยให้เรามีเงินเก็บสำรองและเงินฉุกเฉินสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน2. การบริหารจัดการเงินแบบ 6 ไห
ผมนำวิธีการแบ่งเงินเป็นส่วนๆ หรือ 6 ไหมาใช้ เพื่อให้เห็นชัดเจนว่าเงินแต่ละส่วนถูกนำไปใช้ในเรื่องใดบ้าง ทั้งรายจ่ายประจำ เงินออม เงินลงทุน เงินทำบุญ และที่สำคัญคือเงินสำหรับสร้างความสุขให้ตัวเอง เพื่อไม่ให้ชีวิตตึงเครียดจนเกินไป3. การลงทุนในความรู้และการลงทุนที่ใช่
หลังจากปิดหนี้เสียได้ ผมเริ่มเปลี่ยนมาสร้างหนี้ดี หรือการลงทุนเพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะ เช่น การไปเทรนด้านศัลยกรรมความงามที่เกาหลี ซึ่งเป็นการลงทุนในอาชีพที่ตนเองถนัดและรัก จนสามารถสร้างธุรกิจคลินิกของตัวเองและสร้างรายได้ที่มั่นคงขึ้นในระยะยาว
บทสรุปของการเปลี่ยนแปลง
การมีชีวิตที่ไม่มีหนี้หรือหนี้ที่สามารถบริหารจัดการได้ คือความสุขที่แท้จริง วันนี้ผมไม่ได้มองว่าตนเองเป็นคนเดิมเมื่อ 40 ปีก่อน การมีแผนที่ชัดเจน การมีสติในการวางแผนทีละสเต็ป และที่สำคัญที่สุดคือการกล้าพูดความจริงกับครอบครัว คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ผมก้าวข้ามผ่านวิกฤตมาได้ หวังว่าประสบการณ์ของผมจะเป็นแนวทางให้กับหลายๆ คนที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ให้กล้าที่จะลุกขึ้นมาจัดระเบียบการเงินและเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง
ที่มา : youtube channel Manoottangwai
