ทิศทางตลาดหุ้นไทยกับโอกาสครั้งสำคัญในยุค AI
กระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังถูกจับตามองว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญสำหรับเศรษฐกิจไทย ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยสามารถทวงคืนตำแหน่งแชมป์ตลาดทุนในระดับอาเซียนกลับมาได้อีกครั้ง แม้จะมีปัจจัยความไม่แน่นอนรอบด้าน แต่แนวโน้มของตลาดหุ้นไทยในระยะ 12 เดือนข้างหน้ายังคงถูกมองว่าเป็นขาขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเติบโตได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงอานิสงส์จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผลักดันให้เกิดการย้ายฐานการผลิตเข้ามายังประเทศไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่เน้นนวัตกรรม
ปัจจัยบวกและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันมีทิศทางที่มั่นคงขึ้น โดยคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องและมีโอกาสสูงขึ้นหากรัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายตามแผนที่วางไว้ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เริ่มกลับมาเติบโตอีกครั้งหลังจากที่ติดลบในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สำหรับเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติหรือ Fund Flow นั้น มีสัญญาณการไหลเข้าที่ชัดเจนและถือว่าสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนต่างชาติ
กลยุทธ์หลักในการเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจไทยคือการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI ในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ เช่น AI และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะเป็นตัวช่วยเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ให้กับประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้กำหนดหมุดหมายสำคัญ ได้แก่ การผลักดันให้ไทยกลับไปอยู่ในกลุ่มท็อป 20 ของโลกด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน การทำให้เศรษฐกิจเติบโตในระดับ 3% ขึ้นไป และการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนให้ถึง 30% ของ GDP เพื่อให้เกิดการเติบโตที่ยั่งยืนมากกว่าการกระตุ้นระยะสั้น
การปรับตัวสู่ฮับระดับภูมิภาคและมาตรการกระตุ้นการออม
ในอดีตประเทศไทยเคยประสบความสำเร็จในการเป็นตลาดที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุดในอาเซียนและเป็นผู้นำด้านการระดมทุน IPO ซึ่งปัจจุบันมีความพยายามที่จะดึงความได้เปรียบนั้นกลับมาอีกครั้ง ผ่านความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อสร้าง Fast Track สำหรับบริษัทที่ต้องการเข้าสู่ตลาดทุน ช่วยให้การทำ IPO สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมมาตรการส่งเสริมการออมระยะยาวเพื่อรองรับการลงทุนรอบใหม่ของประเทศ โดยคาดการณ์ถึงกองทุนรูปแบบใหม่ที่จะมาแทนที่ LTF หรือกองทุนลดหย่อนภาษีเดิม ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้ได้โดยตรงผ่านกองทุนที่มีระยะเวลาการถือครองที่เหมาะสม มาตรการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มเงินออมในประเทศ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนพฤติกรรมการเงินของคนไทยให้หันมาลงทุนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นฐานรากที่แข็งแกร่งสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต
ที่มา : youtube channel TNN
