สงครามราคาที่ไม่มีใครต้านทานได้ แต่ทำไม Mixue ถึงรอด?
ในยุคปัจจุบันที่แบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ในจีนต่างต้องเผชิญกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจากการแข่งขันที่ดุเดือด หรือที่เรียกกันว่าสงครามราคา (Price War) จนหลายธุรกิจต้องแบกรับภาวะขาดทุน แต่ในทางกลับกัน Mixue แบรนด์ร้านเครื่องดื่มและไอศกรีมชื่อดังกลับสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างเหลือเชื่อ โดยในปีที่ผ่านมาสามารถทำรายได้พุ่งสูงถึง 33,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 160,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตกว่า 30% สวนทางกับแบรนด์อื่นที่ยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) กำลังอยู่ในช่วงขาลงอย่างหนัก
อาวุธลับที่อยู่เหนือกว่าแค่เรื่องราคา
หลายคนอาจเข้าใจว่าความสำเร็จของ Mixue เกิดจากการขายสินค้าในราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว หัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์นี้แข็งแกร่งคือการบริหารจัดการต้นทุนผ่านระบบ Supply Chain ที่ทรงพลัง ด้วยจำนวนสาขาที่มากกว่า 55,000 แห่งทั่วโลก ทำให้แบรนด์มีอำนาจการต่อรองกับซัพพลายเออร์สูงมาก นอกจากนี้ Mixue ยังดำเนินกลยุทธ์การผลิตวัตถุดิบด้วยตัวเองถึง 100% ทำให้พวกเขาสามารถคุมต้นทุนได้ตั้งแต่ต้นน้ำ ไม่ใช่แค่ในขั้นตอนการผลิตเท่านั้น
ระบบโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทั่วโลก
ความได้เปรียบที่คู่แข่งยากจะเลียนแบบคือเครือข่ายการกระจายสินค้าของ Mixue ซึ่งมีโรงงานฐานการผลิตถึง 5 แห่ง และคลังสินค้าในจีนอีกกว่า 28 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 33 มณฑลและกว่า 300 เมืองทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีการขยายระบบคลังและระบบจัดส่งไปยังต่างประเทศอีก 8 ประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกสาขาจะได้รับวัตถุดิบที่มีคุณภาพในราคาที่ต่ำที่สุด ทำให้แบรนด์สามารถรักษาระดับราคาขายที่เข้าถึงง่ายในขณะที่ยังคงทำกำไรได้ดี
กลยุทธ์ทางจิตวิทยาและการวางตำแหน่งแบรนด์
นอกเหนือจากเรื่องต้นทุน Mixue ยังใช้หลักจิตวิทยาที่เรียกว่าการทิ้งสมอทางจิตวิทยา (Psychological Anchoring) ในช่วงที่เศรษฐกิจมีความฝืดเคืองและผู้บริโภคเหนื่อยล้ากับการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่มีราคาแพง แบรนด์ได้วางตำแหน่งตัวเองให้เป็นความสุขที่หาซื้อได้ง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ และมีคุณภาพที่เพียงพอต่อความต้องการ สิ่งนี้ทำให้เกิดพฤติกรรมซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แบรนด์กลายเป็นทางเลือกแรกของผู้บริโภคในภาวะวิกฤต
ก้าวต่อไปของ Mixue กับการพิชิตตลาดโลก
เป้าหมายของ Mixue ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในตลาดจีน แต่พวกเขากำลังมุ่งหน้าสู่ตลาดระดับโลกอย่างนิวยอร์กและลอสแอนเจลิส เพื่อพิสูจน์ว่าโมเดลความคุ้มค่าแบบฉบับของตนสามารถครองใจผู้บริโภคทั่วโลกได้ สงครามราคาที่เคยถูกมองว่าเป็นจุดจบของหลายธุรกิจ อาจกลายเป็นจุดขายที่แข็งแกร่งที่สุดของ Mixue เพราะเมื่อมีใครที่สามารถคุมต้นทุนได้ลึกถึงระดับวัตถุดิบอย่างพวกเขา คู่แข่งย่อมไม่สามารถทำตามได้ทัน ทำให้แบรนด์สามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างมั่นคงในทุกสภาวะเศรษฐกิจ
ที่มา : youtube channel กรุงเทพธุรกิจ
