จุดเริ่มต้นจากความบังเอิญสู่ผู้นำตลาด
Slack เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่ตั้งใจจากสตูดิโอพัฒนาเกมชื่อ Tiny Speck เมื่อเกมที่พวกเขาพัฒนาไม่ประสบความสำเร็จในปี 2012 สจ๊วต บัตเตอร์ฟิลด์ ผู้ร่วมก่อตั้งจึงเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการหยิบเอาเครื่องมือสื่อสารภายในที่ทีมพัฒนาขึ้นมาใช้แก้ปัญหาการทำงานที่ยุ่งเหยิงในยุคที่อีเมลยังเป็นเครื่องมือหลัก ในเวลานั้น การประสานงานผ่านอีเมลเป็นฝันร้ายสำหรับองค์กรที่มีพนักงานหลายคน เพราะปัญหาการส่งต่อ การ CC และการติดตามบทสนทนาที่กระจัดกระจาย Slack จึงเข้ามาเปลี่ยนโลกด้วยฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งช่องแชท การแชร์ไฟล์ที่ง่ายดาย และการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันอื่นๆ ทำให้ Slack เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยพลังของการบอกต่อจนกลายเป็นแอปธุรกิจที่โตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์
กลยุทธ์การขายที่แยบยล
ความสำเร็จของ Slack ไม่ได้มาจากการทุ่มงบการตลาดก้อนโต แต่มาจากการเจาะกลุ่มผู้ใช้งานจริงในระดับทีมงาน เมื่อพนักงานในแผนกต่างๆ เริ่มทดลองใช้และพบว่ามันดีกว่าอีเมลอย่างมหาศาล พวกเขาจึงตัดสินใจจ่ายเงินซื้อบริการเองโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการอนุมัติที่ซับซ้อนจากฝ่ายบริหาร ทำให้ Slack แทรกซึมเข้าไปในบริษัทใหญ่ๆ ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมูลค่าบริษัทพุ่งแตะระดับพันล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน
การรุกรานจากยักษ์ใหญ่ Microsoft
ในปี 2016 Microsoft เริ่มตระหนักถึงภัยคุกคามจาก Slack และเคยพิจารณาจะเข้าซื้อกิจการด้วยมูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์ แต่บิล เกตส์ กลับมองว่าควรสร้างคู่แข่งขึ้นมาเองโดยใช้พื้นฐานจาก Skype ซึ่งในเวลานั้น Skype มีปัญหาด้านภาพลักษณ์และเทคโนโลยีที่ล้าสมัย ทำให้ Microsoft ต้องตัดสินใจรื้อสร้างใหม่ทั้งหมดจนกลายเป็น Microsoft Teams
เหตุผลที่ Teams เหนือกว่าในเชิงธุรกิจ
แม้ Slack จะมีประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลกว่า แต่ Microsoft Teams กลับมาพร้อมกับอาวุธลับที่ทรงพลังนั่นคือการรวมเข้ากับชุดโปรแกรม Office 365 โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม Teams ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเอาชนะใจผู้ใช้งานทั่วไป แต่ถูกสร้างมาเพื่อเอาชนะใจฝ่ายไอทีและผู้บริหารด้วยความปลอดภัยที่เหนือกว่า การรองรับมาตรฐานการกำกับดูแลข้อมูลที่เข้มงวด และที่สำคัญที่สุดคือการที่องค์กรส่วนใหญ่จ่ายค่าสมาชิก 365 อยู่แล้ว ทำให้ผู้บริหารมองว่าการจ่ายเงินเพิ่มให้กับ Slack เป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น
การต่อสู้ในสมรภูมิที่ไม่เป็นธรรม
เมื่อต้องเผชิญกับการถูกบีบคั้นด้วยกลยุทธ์การพ่วงบริการ Slack ได้ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมและยื่นเรื่องต่อสหภาพยุโรป โดยกล่าวหาว่า Microsoft ใช้อำนาจเหนือตลาดในการบังคับติดตั้ง Teams ลงในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ทุกคน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของภาครัฐนั้นล่าช้าเกินกว่าจะหยุดยั้งการไหลออกของฐานลูกค้าได้ จนสุดท้าย Slack จำเป็นต้องยอมถูกซื้อกิจการโดย Salesforce ในมูลค่าสูงถึง 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อความอยู่รอด
บทเรียนทิ้งท้าย
แม้ในปัจจุบัน Slack จะยังคงมีที่ยืนและฐานผู้ใช้งานที่เหนียวแน่น แต่ตลาดส่วนใหญ่ถูกครองโดย Microsoft ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรื่องราวนี้เป็นบทเรียนสำคัญในโลกธุรกิจว่า แม้ผลิตภัณฑ์จะดีเยี่ยมเพียงใด แต่หากคู่แข่งสามารถเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของตลาดและเข้าถึงฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่แล้วได้อย่างมหาศาล ความเป็นผู้นำก็อาจสั่นคลอนได้เสมอ
ที่มา : youtube channel Logically Answered
