ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยพลังแห่งความหมกมุ่น
ในโลกของการทำธุรกิจ ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคช่วย แต่เกิดจากการลงมือทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง นัท กิตติพันธุ์ ลี้ศัตรูพ่าย หรือที่หลายคนรู้จักในนาม นัท เลอทาน่า คือตัวอย่างของนักธุรกิจที่เปลี่ยนความหลงใหลให้กลายเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการเป็นลูกแม่ค้าในตลาดสำโรงที่ซึมซับวิถีชีวิตการทำงานหนักมาจากครอบครัว การเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่พ่อแม่ไม่เคยหยุดพักแม้แต่วันเดียว ทำให้เกิดการเรียนรู้ว่าการทำงานไม่ใช่ความทุกข์ แต่เป็นความสนุกที่ต้องไขว่คว้าและพัฒนาอยู่เสมอ
จากธุรกิจรีไซเคิลสู่การมองเห็นโอกาสที่คนอื่นมองข้าม
ธุรกิจแรกที่สร้างตัวตนให้กับเขาคือการรีไซเคิลเศษแก้ว ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีคู่แข่งน้อยกว่าเหล็กหรือพลาสติก ด้วยความหมกมุ่นที่จะประสบความสำเร็จ ผมไม่ได้มีเงินทุนหลักสิบล้านเพื่อตั้งโรงงานมาตรฐาน แต่ผมใช้วิธีลงมือทำด้วยตัวเอง ขับรถกระบะขนของไปส่งโรงงาน และใช้เวลาในการสังเกตกระบวนการทำงานของเครื่องจักรอย่างละเอียด เมื่อเจออุปสรรคเรื่องเครื่องบดพัง ผมก็ไม่ยอมแพ้ แต่ใช้วิธีหาความรู้จากประสบการณ์การเป็นพ่อค้าของเก่า เรียนรู้เรื่องชนิดของเหล็ก และเปลี่ยนอะไหล่ฟันบดด้วยตัวเองจนสามารถประหยัดต้นทุนจากหลักล้านเหลือเพียงหลักหมื่นบาท นี่คือบทเรียนสำคัญว่าความรู้จากการลงมือทำจริงมีค่ามากกว่าตำรา
การสร้างเลอทาน่า: เมื่อความชอบกลายเป็นธุรกิจที่เต็มไปด้วยชีวิต
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผมตัดสินใจเปลี่ยนจากธุรกิจของเก่ามาทำโรงแรมและร้านอาหาร โดยใช้ที่ดินเดิมของครอบครัว แม้จะเริ่มต้นโดยไม่มีประสบการณ์ด้านโรงแรมมาก่อน แต่ด้วยแนวคิดที่ว่าหากโรงแรมหนึ่งแห่งสามารถสร้างรายได้เทียบเท่าอพาร์ตเมนต์ทั้งเดือนได้เพียงแค่ไม่กี่วัน ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล ผมจึงลุยทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่เลือกโต๊ะเก้าอี้ การออกแบบ ไปจนถึงการหาสูตรกาแฟ โดยมีหัวใจสำคัญคือความหมกมุ่นในการตรวจตราพื้นที่ทุกตารางนิ้วในทุกๆ วัน เพื่อให้มั่นใจว่าแขกที่มาใช้บริการจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด
ศิลปะแห่งการเอ็นเตอร์เทนและการสร้างสังคม
สิ่งที่ทำให้เลอทาน่าโดดเด่นกว่าที่อื่นคือการสร้างพื้นที่ให้ผู้คนได้มีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการเปิดพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ค้าเข้ามาขายของฟรี การมีเวทีดนตรีที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความสามารถ หรือการสะสมเปียโนเก่ากว่า 60 ตัวเพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสและเล่นดนตรีจริงๆ ไม่ใช่แค่ตั้งโชว์ไว้เฉยๆ ความสำเร็จเหล่านี้เกิดจากความเชื่อที่ว่าสถานที่ที่ดีต้องมีชีวิต และการมีส่วนร่วมของผู้คนคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ผมยึดมั่นในการลงมือทำและพร้อมปรับปรุงทุกจุดที่ยังบกพร่องอยู่เสมอ เพราะสำหรับผม การทำงานคือลมหายใจที่ไม่มีคำว่าเหนื่อย แต่เป็นความสุขที่ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับสังคมทุกวัน
ที่มา : youtube channel JSL Global Media
