ปรากฏการณ์นักท่องเที่ยวไทยลดฮวบในเกาหลีใต้
เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งสำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวในเกาหลีใต้ เมื่อสำนักข่าว Money Today ของเกาหลีใต้ได้รายงานข้อมูลที่น่าตกใจว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปยังประเทศเกาหลีใต้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 35.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2019 ก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีตัวเลขนักท่องเที่ยวลดลงจาก 293,000 คน เหลือเพียง 188,000 คนเท่านั้น ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สวนทางกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กลับมีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยหลักที่ทำให้คนไทยเมินเกาหลีใต้
จากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลจากหน่วยงานการท่องเที่ยว พบว่ามีหลายปัจจัยประกอบกันที่ทำให้เสน่ห์ของเกาหลีใต้ในสายตาคนไทยเริ่มลดน้อยลง ประการแรกคือปัจจัยด้านเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของคนไทย ทั้งภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งทำให้การวางแผนไปท่องเที่ยวต่างประเทศกลายเป็นเรื่องรอง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่สำคัญที่สุดและเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลคือความเข้มงวดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้ (ตม.) ที่ถูกมองว่าเลือกปฏิบัติและขาดความเป็นธรรมต่อชาวไทย
เสียงสะท้อนจากนักเดินทางและปัญหาที่ปลายเหตุ
แม้ว่าจะมีกระแสบอยคอตการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ แต่ในทางกลับกันชาวเกาหลีใต้ยังคงเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างหนาแน่น โดยมีตัวเลขผู้มาเยือนสูงถึง 540,000 คนในช่วง 5 เดือนแรกของปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่สมดุลของความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว สื่อเกาหลีได้วิเคราะห์ว่าการที่นักท่องเที่ยวไทยถูกปฏิเสธเข้าเมืองหรือถูกตรวจสอบด้วยคำถามที่ไร้เหตุผล เช่น การถามจำนวนต้นไม้หน้าโรงแรมที่พัก กลายเป็นประเด็นที่สร้างความไม่พอใจอย่างมากจนกลายเป็นกระแสเรียกร้องบนโลกออนไลน์ อีกทั้งยังมีการตั้งคำถามถึงความย้อนแย้งที่ว่า ในขณะที่นักท่องเที่ยวทั่วไปต้องเผชิญกับความกดดันอย่างหนัก แต่กลุ่มแรงงานผิดกฎหมายหรือที่เรียกกันว่าผีน้อย กลับยังคงสามารถเดินทางเข้าออกและโพสต์กิจกรรมต่างๆ ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างต่อเนื่อง
ทิศทางในอนาคตและการปรับตัวของภาคการท่องเที่ยว
นักวิเคราะห์มองว่าหากเกาหลีใต้ยังคงมุ่งเน้นเพียงการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพของการบริการและบรรยากาศที่เป็นมิตร อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อคนไทยเป็นกลุ่มที่มีอัตราการกลับมาท่องเที่ยวซ้ำสูงถึง 79.7 เปอร์เซ็นต์ การสูญเสียกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพเหล่านี้ไปจึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง การแก้ไขปัญหาจึงไม่ควรจบลงที่การเข้มงวดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีการพัฒนามาตรฐานการให้บริการและการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศอย่างเท่าเทียมกัน
ที่มา : youtube channel ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
