เกาหลีใต้กับภาพลวงตาของความสำเร็จทางเศรษฐกิจ
ในสายตาของชาวโลก เกาหลีใต้เปรียบเสมือนต้นแบบความสำเร็จของเอเชียที่มีบริษัทระดับโลกอย่าง Samsung และอิทธิพลทางวัฒนธรรมอย่าง K-Pop หรือซีรีส์ที่ดูพรีเมียมไปเสียทุกอย่าง แต่ในความเป็นจริง ภายใต้ความสวยหรูนั้น เกาหลีใต้กำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งและซับซ้อนที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องอัตราการเกิดต่ำหรือราคาอสังหาริมทรัพย์ในโซลที่พุ่งสูง แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึก
โครงสร้างเศรษฐกิจที่เปราะบางเกินไป
หนึ่งในปัญหาหลักของเกาหลีใต้คือการพึ่งพาการส่งออกสูงเกินไป โดยสัดส่วนการส่งออกต่อ GDP อยู่ที่ราว 40-50% ซึ่งต่างจากจีนที่พึ่งพาการส่งออกเพียง 18-20% เท่านั้น โครงสร้างเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ถูกออกแบบมาเพื่อการส่งออกโดยเฉพาะ ทำให้ตลาดภายในประเทศมีขนาดเล็กและไม่แข็งแกร่งพอที่จะรองรับความผันผวนของตลาดโลก เมื่อคู่ค้าหลักอย่างจีนและสหรัฐอเมริกาเกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เกาหลีใต้จึงตกอยู่ในที่นั่งลำบากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
กับดักภูมิรัฐศาสตร์: จีนและสหรัฐอเมริกา
เกาหลีใต้พึ่งพาจีนในฐานะแหล่งวัตถุดิบต้นน้ำที่สำคัญสำหรับการผลิตเทคโนโลยีและชิป ในขณะเดียวกันก็เป็นพันธมิตรทางทหารที่แนบแน่นกับสหรัฐอเมริกา เมื่อความขัดแย้งระหว่างสองมหาอำนาจทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะประเด็นไต้หวัน เกาหลีใต้จึงถูกกดดันจากทั้งสองฝ่าย การที่สหรัฐฯ ตัดสิทธิพิเศษทางการค้าและเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างมหาศาล
Soft Power: ทางออกหรือแค่ยาแก้ปวด
หลายคนมองว่า Soft Power จะช่วยกอบกู้เศรษฐกิจได้ แต่ในเชิงกลยุทธ์ อุตสาหกรรมบันเทิงมีสัดส่วนรายได้เพียง 1-2% ของ GDP ทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งแม้จะเติบโตขึ้นเพียงใดก็ไม่สามารถชดเชยรอยรั่วในภาคอุตสาหกรรมหนักที่มีสัดส่วนถึง 40% ของเศรษฐกิจได้ ยิ่งไปกว่านั้น Soft Power ในเกาหลีใต้ยังถูกผูกขาดโดยค่ายยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง ซึ่งมีระบบการบริหารจัดการที่ปิดกั้นและเอาเปรียบศิลปินหน้าใหม่ ไม่ต่างจากปัญหาผูกขาดในภาคเศรษฐกิจหลัก
ปัญหาการผูกขาดโดยกลุ่มแชโบล (Chaebol)
อำนาจของกลุ่มบริษัทข้ามชาติหรือแชโบลในเกาหลีใต้นั้นมหาศาลเกินกว่าที่จะจินตนาการได้ พวกเขาควบคุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตชิป รถยนต์ ไปจนถึงโลจิสติกส์และการก่อสร้าง แม้กลุ่มบริษัทเหล่านี้จะเป็นแหล่งจ้างงานหลัก แต่การผูกขาดนี้ส่งผลให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (SME) ไม่สามารถเติบโตได้ นวัตกรรมจากคนตัวเล็กถูกกลืนกินโดยทุนใหญ่ ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นขาดความเข้มแข็งและไม่สามารถปรับตัวตามการแข่งขันโลกได้อย่างรวดเร็ว
บทเรียนสำหรับประเทศไทย
สิ่งที่ประเทศไทยควรเรียนรู้จากกรณีของเกาหลีใต้คือความสำคัญของการกระจายตัวทางเศรษฐกิจ การสนับสนุน SME ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและนวัตกรรมอย่างจริงจังเป็นเรื่องเร่งด่วน หากประเทศยังคงพึ่งพาการผูกขาดจากกลุ่มทุนใหญ่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีการปรับโครงสร้างพื้นฐานให้เอื้อต่อคนตัวเล็ก ความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาวย่อมมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับทางตันเช่นเดียวกัน
ที่มา : youtube channel I am Joe Jitnarin
