กระแสการลงทุน Data Center ในประเทศไทย
ในช่วงต้นปี 2569 ประเทศไทยเผชิญกับกระแสการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาลเกือบล้านล้านบาท โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมดิจิทัลอย่าง Data Center ที่มีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 800,000 ล้านบาท ข้อมูลจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ระบุว่ามีการอนุมัติโครงการไปแล้วกว่า 50 โครงการ ซึ่งส่งผลให้ยอดการส่งเสริมการลงทุนรวมทะลุ 1 ล้านล้านบาทติดต่อกันมาสองปีซ้อน แม้ตัวเลขนี้จะดูน่าตื่นเต้น แต่คำถามสำคัญที่หลายฝ่ายกำลังถกเถียงกันคือ สิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการใช้ไทยเป็นแค่ทางผ่านทางกายภาพเท่านั้น
การกระจุกตัวของ Data Center ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เกิดขึ้นจากปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการเป็นจุดเชื่อมต่อของสายเคเบิลใต้น้ำ (Submarine Cable) ที่สำคัญ ทำให้ง่ายต่อการเชื่อมต่อและเข้าถึงฐานอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ตามมาคือความไม่พร้อมของระบบไฟฟ้าในพื้นที่เฉพาะจุด แม้ประเทศไทยจะไม่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนไฟฟ้าในระดับภาพรวม แต่สถานีย่อย (Substation) และสายส่งในบางพื้นที่ไม่สามารถรองรับการขยายตัวที่รวดเร็วนี้ได้ ทำให้หลายโครงการที่ได้รับอนุมัติไปแล้วยังไม่สามารถเดินเครื่องได้จริง
Data Center กับกับดักคีย์เวิร์ดทางเทคโนโลยี
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การนำเสนอมูลค่าการลงทุนมหาศาลมักถูกขับเคลื่อนด้วยคีย์เวิร์ดที่ดูหรูหรา เช่น อธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) หรือการสร้าง S-Curve ใหม่ แต่เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียด การทำงานของ Data Center ส่วนใหญ่ในไทยเป็นเพียงการให้บริการพื้นที่อาคารและระบบระบายความร้อน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างเก่าและใช้แรงงานคนน้อยมากหลังจากก่อสร้างเสร็จสิ้น ประโยชน์ที่แท้จริงกลับไปตกอยู่กับธุรกิจพลังงานและนิคมอุตสาหกรรมมากกว่าการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบุคลากรด้านไอทีระดับสูงของคนไทย
อีกประเด็นที่น่ากังวลคือการเสียเปรียบในการแข่งขันในระยะยาว การใช้ไทยเป็นฐานการรัน AI หรือ GPU Cloud ของต่างชาติ หากขาดการวางกลยุทธ์ด้าน Data Governance ที่ดี ข้อมูลที่เป็นหัวใจสำคัญของประเทศอาจถูกนำไปใช้เทรนโมเดล AI ในต่างประเทศ ซึ่งสุดท้ายไทยก็จะตกอยู่ในสถานะผู้ใช้งาน (User) ที่ต้องเสียค่าบริการผ่านแพลตฟอร์มต่างชาติ แทนที่จะเป็นผู้สร้างนวัตกรรมเอง ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหรืออีคอมเมิร์ซระดับโลกที่เข้ามาครองตลาดจนผู้ประกอบการในท้องถิ่นไม่สามารถเติบโตได้
ทิศทางที่ถูกต้องและการปรับตัวของประเทศไทย
แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงการดึงดูดการลงทุนด้านฮาร์ดแวร์ ประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพด้านการประมวลผลข้อมูล (Data Processing) และการสร้างแพลตฟอร์มที่เป็นของคนไทยอย่างแท้จริง การส่งเสริมให้เกิดการจัดระเบียบข้อมูล (Structured Data) ในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อให้พร้อมสำหรับการใช้งานในระดับสูง เช่น การแพทย์แม่นยำ หรือเกษตรแม่นยำ จะเป็นทางออกที่ยั่งยืนกว่าการเป็นเพียงสถานที่ตั้งของเซิร์ฟเวอร์
สรุปคือ การลงทุน Data Center เป็นเพียงส่วนหนึ่งของจิ๊กซอว์ แต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของอนาคตไทย รัฐบาลควรทบทวนมาตรการส่งเสริมการลงทุน โดยนำมูลค่าทางเศรษฐกิจและการจ้างงานจริงมาเป็นเกณฑ์ตัดสิน แทนที่จะมองเพียงตัวเลขเม็ดเงินลงทุนรวม และที่สำคัญที่สุดคือการไม่หลงลืมความมั่นคงทางข้อมูล ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ล้ำค่าที่สุดในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
ที่มา : youtube channel ลงทุนแมน
