สมรภูมิสุกี้เดือด! จากการแข่งขันด้านราคา สู่การแย่งชิงความถี่ในการใช้บริการ
ตลาดสุกี้ในประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อสองยักษ์ใหญ่อย่าง MK และ สุกี้ตี๋น้อย ต่างพร้อมใจกันงัดกลยุทธ์เด็ดออกมาสู้กันอย่างดุเดือดในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ โดยเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ไปสู่การใช้โมเดล Subscription และการขายคูปองล่วงหน้า เพื่อสร้างความผูกพันและดึงให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำอย่างต่อเนื่อง
MK เปิดตัวบริการ Subscription เต็มรูปแบบ
พี่ใหญ่อย่าง MK ได้เปิดตัว MK Buffet Subscription ซึ่งเป็นการขายแพ็คเกจเหมาจ่ายรายเดือนเป็นครั้งแรก โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากพฤติกรรมลูกค้าที่เคยใช้บริการบุฟเฟ่ต์ราคา 299 บาท ซึ่งพบว่ามีลูกค้าบางกลุ่มกลับมาทานซ้ำสูงถึง 188 ครั้งต่อปี MK จึงนำพฤติกรรมนี้มาต่อยอดเป็นแพ็คเกจเหมาจ่ายที่มีให้เลือกถึง 4 รูปแบบ เริ่มต้นที่ราคา 1,495 บาท ไปจนถึงแพ็คเกจ Unlimited ในราคา 2,990 บาท ซึ่งสามารถรับประทานได้ไม่จำกัดตลอดเดือนสิงหาคม โดยแพ็คเกจแบบไม่จำกัดนี้จะมีการจำกัดจำนวนไว้ที่ 110 สิทธิ์เท่านั้น สำหรับผู้ที่สนใจสามารถซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม ถึง 9 สิงหาคมนี้ ณ สาขาที่ร่วมรายการกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ
สุกี้ตี๋น้อยสวนกลับด้วยโมเดลคูปองจ่ายล่วงหน้า
ทางด้านสุกี้ตี๋น้อยก็ไม่ยอมน้อยหน้า ได้เปิดตัวโมเดลคูปองจ่ายล่วงหน้าในวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยจำหน่ายคูปอง 10 ใบ ในราคา 2,760 บาท เฉลี่ยแล้วเหลือเพียงใบละ 276 บาทต่อคน คูปองนี้สามารถใช้ได้กับร้านในเครือถึง 5 แบรนด์ ได้แก่ สุกี้ตี๋น้อย, ตี๋น้อยพลัส, ตี๋น้อยบาร์บีคิว, ตี๋น้อยโก และ นายพรานหมูกระทะ โดยหากลูกค้าเลือกร้านที่มีราคาสูงกว่าปกติ สามารถชำระส่วนต่างเพิ่มได้ นอกจากนี้ยังมีการผูกกิจกรรมทางการตลาดและสินค้าสะสมเข้าไปด้วย ซึ่งคูปองชุดนี้เปิดขายเพียง 5 วัน คือตั้งแต่วันที่ 27 ถึง 31 กรกฎาคม และสามารถใช้ได้ตลอดเดือนสิงหาคม
เบื้องหลังกลยุทธ์การตลาดที่มากกว่าแค่ยอดขาย
เป้าหมายหลักของทั้งสองแบรนด์คือการรับเงินสดจากลูกค้าล่วงหน้า เพิ่มจำนวนครั้งในการเข้าร้าน และที่สำคัญคือการลดโอกาสที่ลูกค้าจะเปลี่ยนใจไปใช้บริการของคู่แข่ง นอกจากนี้กลยุทธ์ดังกล่าวยังช่วยให้ร้านสามารถประเมินจำนวนลูกค้า วางแผนการจัดการวัตถุดิบ และบริหารจัดการกำลังคนได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น การใช้สิทธิพิเศษและของสะสมยังช่วยสร้างสถานะความเป็นสมาชิก ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกผูกพันกับแบรนด์มากกว่าแค่การเป็นผู้มาใช้บริการชั่วคราว การแข่งขันในรอบนี้จึงไม่ใช่เพียงการวัดว่าใครขายถูกกว่า แต่เป็นการพิสูจน์ว่าแบรนด์ใดจะสามารถเปลี่ยนมื้ออาหารให้กลายเป็นความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าได้ดีกว่ากัน
ที่มา : youtube channel TNN
