ITBlock - Energy

ก๊าซธรรมชาติ: พลังงานสะอาดจอมปลอมหรือทางออกที่แท้จริงของวิกฤตพลังงานไทย?

ก๊าซธรรมชาติ: พลังงานสะอาดจอมปลอมหรือทางออกที่แท้จริงของวิกฤตพลังงานไทย?

ความจริงเบื้องหลังก๊าซธรรมชาติ

หลายทศวรรษที่ผ่านมา ก๊าซธรรมชาติถูกนำเสนอในฐานะพระเอกของยุคเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยมักถูกอ้างว่าเป็นแหล่งพลังงานสะอาดหรืออย่างน้อยก็ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าถ่านหิน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการวิเคราะห์เชิงลึกชี้ให้เห็นว่า คำกล่าวอ้างเหล่านี้อาจเป็นเพียงมายาคติที่บิดเบือนความจริง เพื่อทำความเข้าใจเรื่องนี้ เราต้องย้อนกลับไปดูต้นกำเนิดของเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งถ่านหินและก๊าซธรรมชาติมีจุดกำเนิดมาจากซากสิ่งมีชีวิตที่ถูกทับถมภายใต้ความกดดันและอุณหภูมิสูงมานานหลายล้านปีในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากออกซิเจน

ก๊าซฟอสซิล: ชื่อเรียกที่แท้จริงของพลังงาน

การเรียกก๊าซธรรมชาติว่าเป็นพลังงานสะอาดอาจเป็นการสร้างความเข้าใจที่ผิดเพี้ยน ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานระบุว่าเราควรเปลี่ยนมาเรียกมันว่า ก๊าซฟอสซิล เพื่อให้สะท้อนถึงที่มาและผลกระทบของมันอย่างตรงไปตรงมา แม้การเผาไหม้ก๊าซฟอสซิลจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าถ่านหินประมาณครึ่งหนึ่ง แต่การวัดผลเฉพาะช่วงปลายทางนั้นเป็นการมองที่ไม่ครบถ้วน เพราะในตลอดวงจรชีวิตของการผลิตและการขนส่ง ก๊าซฟอสซิลมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการรั่วไหลของก๊าซมีเทนสู่ชั้นบรรยากาศ

ภัยเงียบจากการรั่วไหลของมีเทน

ก๊าซมีเทนที่รั่วไหลระหว่างกระบวนการผลิตมีศักยภาพในการทำให้โลกร้อนรุนแรงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 80 เท่าในช่วง 20 ปีแรก งานวิจัยระบุว่าหากมีการรั่วไหลของก๊าซมีเทนเกินกว่า 3% ผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนจะเทียบเท่าหรืออาจเลวร้ายยิ่งกว่าการเผาถ่านหินเสียด้วยซ้ำ ซึ่งจากข้อมูลสำรวจพบว่าค่าเฉลี่ยการรั่วไหลในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3% พอดี ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจและชี้ให้เห็นว่าก๊าซฟอสซิลไม่ใช่คำตอบของปัญหาโลกร้อน

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต

นอกเหนือจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ กระบวนการสกัดก๊าซฟอสซิลโดยเฉพาะวิธีที่เรียกว่า fracking ยังสร้างปัญหาด้านมลพิษอย่างรุนแรง ทั้งการใช้น้ำและสารเคมีจำนวนมหาศาลที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนในแหล่งน้ำใต้ดิน รวมถึงมลพิษทางอากาศ เช่น ออกไซด์ของซัลเฟอร์และไนโตรเจน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำคัญของฝุ่นพิษ PM2.5 นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานในการลำเลียงก๊าซมักบุกรุกพื้นที่ป่าและส่งผลกระทบต่อสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วิกฤตความมั่นคงทางพลังงานของไทย

สำหรับประเทศไทย สถานการณ์ยิ่งน่ากังวลเนื่องจากเราพึ่งพาก๊าซฟอสซิลในการผลิตไฟฟ้าสูงถึง 58-60% แม้จะมีการค้นพบแหล่งก๊าซในอ่าวไทยมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 2510 แต่ปริมาณก๊าซในอ่าวไทยกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ประเทศไทยต้องนำเข้าก๊าซจากต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการผูกมัดตัวเองไว้กับความผันผวนของราคาในตลาดโลก ดังที่เห็นได้จากวิกฤตสงครามยูเครน-รัสเซียที่ทำให้ราคาพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น

อนาคตของค่าไฟฟ้าไทย

การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เช่น ท่าเรือก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หรือคลังจัดเก็บก๊าซ อาจเป็นการมัดมือตัวเองให้เผชิญกับปัญหาราคาพลังงานที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าประเทศไทยอาจไม่มีวันกลับไปเห็นค่าไฟฟ้าที่ต่ำกว่า 4 บาทต่อหน่วยได้อีก หากยังคงยึดติดกับแผนการใช้พลังงานฟอสซิลแบบเดิม ทางออกที่ยั่งยืนคือการหันไปลงทุนในพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและเป็นธรรม เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานที่แท้จริงให้กับประชาชนทุกคน

ที่มา : youtube channel พูด

← กลับหน้าหลัก
📚 คุณอาจจะชอบสิ่งนี้
คัดลอกลิงก์สำเร็จ!