C
ITBlock - Technology

รีวิว Fitbit Ace LTE (Fitbit Air) สรุปชัดเจน จะมาฆ่า Whoop ได้จริงไหม?

รีวิว Fitbit Ace LTE (Fitbit Air) สรุปชัดเจน จะมาฆ่า Whoop ได้จริงไหม?

สัมผัสแรกกับ Fitbit Air อุปกรณ์สายสุขภาพที่หลายคนรอคอย

ภาพประกอบข่าว

วงการอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพ (Wearable) ต้องสั่นสะเทือนเมื่อ Google เปิดตัว Fitbit Air หรือที่รู้จักกันในชื่อ Fitbit Ace LTE ซึ่งกลายเป็นกระแสฮือฮาในกลุ่มคนรักสุขภาพชาวไทยทันที ด้วยรูปลักษณ์ที่เล็ก เบา และราคาที่จับต้องได้ง่าย ทำให้หลายคนถึงกับสั่งตรงมาจากต่างประเทศเพื่อทดลองใช้งานจริง

ดีไซน์และสัมผัสการสวมใส่

ภาพประกอบข่าว

จุดเด่นที่สุดของ Fitbit Air คือน้ำหนักที่เบาเพียง 12 กรัม ซึ่งเมื่อประกอบเข้ากับสายผ้าใยสังเคราะห์แล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนใส่สายรัดข้อมือทั่วไปมากกว่านาฬิกาอัจฉริยะ ตัวเครื่องมีความเล็กและกะทัดรัดมาก แม้ทีมงานบางคนจะรู้สึกไม่ชินกับการสัมผัสของสายผ้า แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบแฟชั่นและไม่อยากใส่อุปกรณ์ที่เทอะทะบนข้อมือ นี่คือตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะคุณสามารถใส่นาฬิกาแฟชั่นเรือนโปรดควบคู่ไปกับ Fitbit Air ได้โดยไม่ขัดสายตา

ฟีเจอร์ภายในที่อัดแน่นเกินตัว

แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ Fitbit Air มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว (Gyroscope & Accelerometer), เซ็นเซอร์วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) และเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิผิวหนัง ตัวเครื่องยังรองรับการกันน้ำลึกถึง 50 เมตร สามารถใส่ว่ายน้ำหรืออาบน้ำได้อย่างไร้กังวล ที่สำคัญคือไม่มีหน้าจอ ซึ่งออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนที่ต้องการเพียงการเก็บข้อมูลสุขภาพโดยไม่ต้องการการแจ้งเตือนหรือการรบกวนใดๆ

ประสิทธิภาพการติดตามกิจกรรมและการนอน

ภาพประกอบข่าว

ในด้านการติดตามกิจกรรม Fitbit Air สามารถตรวจจับการออกกำลังกายอัตโนมัติได้ 5 ประเภทหลัก ได้แก่ การเดิน การวิ่ง การปั่นจักรยาน และการพายเรือกรรเชียงบก สำหรับกิจกรรมอื่นสามารถบันทึกเพิ่มเติมในแอปพลิเคชันได้ การติดตามการนอนหลับถือเป็นจุดแข็งของ Fitbit ที่มีความแม่นยำสูง โดยแอปพลิเคชันจะวิเคราะห์คุณภาพการนอนและคะแนนการนอน (Sleep Score) ได้อย่างละเอียด ทั้งนี้ เนื่องจากตัวเครื่องไม่มี GPS ในตัว การบันทึกเส้นทางจึงต้องอาศัยข้อมูลจากสมาร์ทโฟนเป็นหลัก

การเปรียบเทียบระหว่าง Fitbit Air และ Whoop

คำถามสำคัญคือ Fitbit Air จะมาฆ่า Whoop ได้จริงไหม? หากพิจารณาในแง่ของความคุ้มค่า Fitbit Air ได้เปรียบอย่างมากเนื่องจากไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนสำหรับการใช้งานพื้นฐาน ในขณะที่ Whoop เน้นการจ่ายแบบ Subscription เพื่อเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก อย่างไรก็ตาม จุดขายหลักของ Fitbit Air ในต่างประเทศคือ AI Coach ที่ขับเคลื่อนโดย Google Gemini ซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและวางแผนการออกกำลังกายให้ผู้ใช้ได้อย่างแม่นยำ แต่น่าเสียดายที่ฟีเจอร์นี้ยังไม่รองรับการใช้งานในประเทศไทย

ภาพประกอบข่าว

บทสรุปและความคุ้มค่า

หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์สวมใส่ที่เน้นความเบาสบาย ดีไซน์สวยงาม และต้องการติดตามสุขภาพเบื้องต้นโดยไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน Fitbit Air คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม แต่หากคุณต้องการระบบ AI วิเคราะห์สุขภาพเชิงลึกและใช้งานในไทยได้เต็มประสิทธิภาพ Whoop ยังคงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้มากกว่าในขณะนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการหน้าจอแสดงผล การเลือกใช้สมาร์ทวอทช์ทั่วไปอาจเป็นคำตอบที่ตรงใจกว่า อย่างไรก็ตาม หากในอนาคต Google เปิดให้ใช้ฟีเจอร์ AI ในไทยได้ Fitbit Air จะกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดในตลาดอย่างแน่นอน

ที่มา : youtube channel Ceemeagain

← กลับหน้าหลัก
📚 คุณอาจจะชอบสิ่งนี้
คัดลอกลิงก์สำเร็จ!