ทำความรู้จัก PureHealth ProFit สายรัดข้อมือเพื่อคนรักสุขภาพตัวจริง
ในยุคที่เทคโนโลยีสวมใส่หรือ Wearable Device เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพ PureHealth ProFit ถือเป็นอุปกรณ์ที่น่าจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการติดตามข้อมูลสุขภาพเชิงลึกแต่ไม่ต้องการความวุ่นวายจากการแจ้งเตือนบนหน้าจอสมาร์ทวอทช์ทั่วไป อุปกรณ์นี้ออกแบบมาในรูปแบบสายรัดข้อมือ (Strap) ที่เน้นความเรียบง่าย น้ำหนักเบาเพียง 23.1 กรัม สวมใส่สบายด้วยสายแบบไนลอนที่ระบายอากาศได้ดี เหมาะสำหรับการใช้งานตลอดทั้งวันแม้กระทั่งใส่นอนหรืออาบน้ำ เพราะมาพร้อมมาตรฐานการกันน้ำระดับ 1 ATM
จุดเด่นด้านฟีเจอร์สุขภาพระดับมืออาชีพ
ความโดดเด่นของ PureHealth ProFit คือการอัดแน่นด้วยเซ็นเซอร์ตรวจวัดที่ปกติเรามักพบในอุปกรณ์ทางการแพทย์หรือเครื่องมือราคาแพง เริ่มต้นด้วยฟีเจอร์ไฮไลท์อย่างการวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ที่ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่ายเพียงใช้นิ้วแตะที่จุดสัมผัสด้านข้างตัวเรือน เพื่อให้เซ็นเซอร์ครบวงจรไฟฟ้าผ่านร่างกาย นอกจากนี้ยังสามารถตรวจวัดความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ ออกซิเจนในเลือด (SpO2) อุณหภูมิร่างกาย และค่าความเครียด (Stress) โดยตัวเครื่องมีระบบ Auto-monitor ที่จะบันทึกค่าต่างๆ อัตโนมัติทุก 10 นาที ทำให้ผู้ใช้เห็นกราฟพัฒนาการสุขภาพได้อย่างละเอียด
นวัตกรรม AI วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ
จุดที่ทำให้ PureHealth ProFit แตกต่างจากสายรัดสุขภาพทั่วไปคือการนำระบบ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ไม่เพียงแค่การแจ้งตัวเลขดิบๆ แต่ยังมีระบบการสรุปผลและให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติ เช่น หากผลการนอนหลับมีคุณภาพต่ำ ระบบจะวิเคราะห์และแนะนำว่าควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างไร เช่น การงดออกกำลังกายหนักก่อนนอน หรือการลดการใช้งานหน้าจอมือถือก่อนนอน เพื่อให้คุณภาพการพักผ่อนดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Body Composition ที่ช่วยประเมินมวลกล้ามเนื้อ ค่า BMI และอัตราการเผาผลาญพลังงาน (Metabolic Rate) ได้เหมือนกับการไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือฟิตเนสชั้นนำ
เหมาะกับใครและทำไมถึงน่าสนใจ?
อุปกรณ์นี้แบ่งกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มผู้ที่ใช้สมาร์ทวอทช์หรูหราอยู่แล้วแต่ไม่อยากรับการแจ้งเตือนรบกวนในทุกๆ กิจกรรม ทำให้สายรัดตัวนี้เป็นเหมือนหน้าจอที่สองที่ช่วยให้โฟกัสกับงานได้ดีขึ้น และกลุ่มผู้ใหญ่หรือผู้ที่เน้นการดูแลสุขภาพจริงจัง ซึ่งต้องการความง่ายในการใช้งานเพียงแค่สวมใส่ ระบบจะทำการวัดค่าให้อัตโนมัติและส่งข้อมูลเข้าแอปพลิเคชันอย่างละเอียด ช่วยให้ผู้ใช้งานหรือบุตรหลานสามารถตรวจสอบความผิดปกติผ่านแอปฯ ได้ทันทีโดยไม่ต้องกดตั้งค่าซับซ้อน
ความคุ้มค่าและสรุปส่งท้าย
PureHealth ProFit มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 1 สัปดาห์แม้เปิดโหมดมอนิเตอร์อัตโนมัติ และรองรับการชาร์จเร็ว ตัวอุปกรณ์มีความทนทานด้วยวัสดุซิงค์อัลลอยด์และยังมีระบบความปลอดภัยอย่าง Fall Detection ที่จะแจ้งเตือนหรือโทรหาเบอร์ SOS ที่ตั้งไว้เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือการตกกระแทก ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับใครที่มองหาผู้ช่วยดูแลสุขภาพส่วนตัวในราคาที่จับต้องได้ โดยไม่ต้องเสียค่าบริการรายเดือนเพิ่มเติมและรับประกันการใช้งานที่มั่นใจได้
ที่มา : youtube channel Mi More
