มัทฉะฟีเวอร์ในไทย: จากความนิชสู่ความแมส
ในปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่ามัทฉะไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องดื่มในร้านอาหารญี่ปุ่นอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นเมนูมาตรฐานที่แทรกซึมไปอยู่ในแทบทุกร้านกาแฟและคาเฟ่ชั้นนำทั่วประเทศไทย จากข้อมูลที่น่าสนใจพบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มัทฉะถือเป็นตลาดที่เฉพาะกลุ่มหรือนิชมาก แต่ในปัจจุบันประเทศไทยกลับก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นผู้นำเข้ามัทฉะจากประเทศญี่ปุ่นสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและเยอรมนี ด้วยปริมาณการนำเข้าสูงถึง 400-500 ตันต่อปี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 5-6 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตมัทฉะทั้งหมดที่ส่งออกจากญี่ปุ่น
จุดเริ่มต้นของกระแสและความนิยม
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มัทฉะได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบมาจากยุคโควิด-19 ที่บังคับให้ผู้คนต้องใช้ชีวิตอยู่บ้านมากขึ้น การชงมัทฉะที่บ้านได้กลายเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างความเพลิดเพลิน ทั้งจากขั้นตอนการเตรียมที่ประณีต ความสวยงามของอุปกรณ์ และความใส่ใจในรายละเอียด นอกจากนี้ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok และ Reels ยังมีส่วนสำคัญในการนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ของมัทฉะที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น เปลี่ยนภาพจำจากพิธีชงชาแบบดั้งเดิมที่ดูเข้าถึงยาก ให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่สะท้อนถึงการดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่มีคุณภาพ
ทำความเข้าใจความต่าง: มัทฉะ vs ชาเขียวทั่วไป
หลายคนอาจสงสัยว่ามัทฉะต่างจากชาเขียวทั่วไปอย่างไร คำว่า มัทฉะ แปลตรงตัวว่า ชาที่ถูกบดเป็นผง โดยความพิเศษที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การเป็นผงเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงกรรมวิธีการผลิตที่ต้นชาจะต้องผ่านการพรางแสงก่อนการเก็บเกี่ยว เพื่อกระตุ้นให้ชาเกิดรสหวานและรสอุมามิที่โดดเด่นขึ้น ในขณะที่ความขมและความฝาดจะลดน้อยลง รวมถึงมีสีเขียวเข้มที่สวยงามกว่าใบชาที่โดนแสงแดดโดยตรง สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการดื่มเพื่อสุขภาพ ข้อควรระวังเพียงอย่างเดียวคือการเลือกเครื่องดื่มที่ไม่มีการเติมน้ำตาลในปริมาณที่สูงเกินไป ส่วนเรื่องการผสมนมนั้น งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่าไม่ได้ลดทอนคุณประโยชน์ของมัทฉะอย่างมีนัยสำคัญ
การเลือกซื้อและการตลาดที่ต้องระวัง
ในตลาดปัจจุบันมีคำศัพท์ทางการตลาดมากมาย เช่น Ceremonial Grade, Premium Grade หรือ Single Origin ซึ่งคำเหล่านี้ไม่ได้มีมาตรฐานกลางหรือการรับรองคุณภาพอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานใด ผู้บริโภคไม่ควรยึดติดกับชื่อเรียกเหล่านั้นจนเกินไป แต่ควรหันมาสังเกตที่สี กลิ่น รสชาติ และข้อมูลแหล่งที่มาของชาแทน สำหรับผู้ประกอบการ กุญแจสำคัญสู่ความยั่งยืนคือการเลือกซัพพลายเออร์ที่จริงใจและสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าได้ โดยไม่ควรตื่นตระหนกกับกระแสจนต้องรีบกักตุนสินค้าในราคาที่สูงเกินจริง
อนาคตของตลาดมัทฉะในไทย
ประเทศไทยยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมากในฐานะตลาดที่ไม่ได้ผลิตชาเอง การสร้างตลาดให้แข็งแกร่งไม่ได้เกิดจากการทำตามกระแส แต่เกิดจากการที่ผู้ประกอบการร่วมกันให้ความรู้แก่ผู้บริโภค เพื่อให้ลูกค้าสามารถแยกแยะคุณภาพและเข้าใจถึงคุณค่าของมัทฉะอย่างแท้จริง หากผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจ ตลาดจะพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน ซึ่งสุดท้ายแล้วจะส่งผลดีต่อทั้งระบบ ตั้งแต่ซัพพลายเออร์ไปจนถึงผู้ดื่ม ทำให้มัทฉะกลายเป็นสินค้าประเภทหนึ่งที่อยู่คู่กับไลฟ์สไตล์คนไทยไปในระยะยาว เช่นเดียวกับวัฒนธรรมการดื่มไวน์ในประเทศฝรั่งเศส
ที่มา : youtube channel TODAY Bizview
