สถานการณ์ตึงเครียดภายใน FIFA
จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในการดำรงตำแหน่ง หลังจากแผนการขายหุ้นในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกอย่างฟุตบอลโลกและฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกให้กับนักลงทุนเอกชนต้องพับเก็บไปเนื่องจากกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากวงการฟุตบอลทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากยูฟ่า (UEFA) ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในการนำผลประโยชน์ขององค์กรกีฬาไปผูกติดกับทุนนิยมที่มุ่งเน้นกำไรเป็นหลัก
จุดเริ่มต้นของปัญหาและการยอมถอย
ความเคลื่อนไหวนี้เริ่มขึ้นเมื่อมีรายงานข่าวว่าอินฟานติโนพยายามดึงนักลงทุนภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในทัวร์นาเมนต์สำคัญ ซึ่งเปรียบเสมือนการนำหน้าตาของวงการฟุตบอลไปขายให้แก่กลุ่มเอกชน อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไปเพียง 6 วัน แรงกดดันที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้เขาจำต้องยอมรับความพ่ายแพ้ เนื่องจากตระหนักดีว่าไม่มีคะแนนเสียงเพียงพอจากชาติสมาชิกทั้ง 211 ประเทศในการผลักดันแผนดังกล่าวให้ผ่านการอนุมัติ
การเลือกตั้งครั้งใหม่และพันธมิตรที่เริ่มตีตัวออกห่าง
ท่ามกลางการเตรียมตัวลงสมัครรับเลือกตั้งประธาน FIFA สมัยที่ 4 ในเดือนมีนาคมปีหน้า สถานการณ์กลับพลิกผันเมื่อประเทศสมาชิกที่เคยประกาศสนับสนุนเริ่มเปลี่ยนท่าที โดยสมาคมฟุตบอลแห่งเวลส์และสมาคมฟุตบอลแห่งอังกฤษต่างเตรียมถอนการสนับสนุน นี่คือสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าอำนาจของอินฟานติโนไม่ได้มั่นคงเหมือนที่ผ่านมา แม้เขาจะพยายามสร้างกลยุทธ์ผ่านการดึงความร่วมมือจากประเทศเล็กๆ ทั่วโลกด้วยการให้สัญญาเรื่องเงินทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานก็ตาม
อิทธิพลและการเมืองระหว่างประเทศ
ความสัมพันธ์ที่น่าสนใจและเป็นที่ถกเถียงอย่างมากคือความใกล้ชิดระหว่างอินฟานติโนกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกและฟุตบอลโลกที่ผ่านมา รวมถึงประเด็นการขอให้ยกเลิกใบแดงของผู้เล่นทีมชาติสหรัฐฯ อย่าง โฟลาริน บาโลกัน ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่ก้าวล้ำเส้นความเป็นกลางขององค์กรฟุตบอล แต่ในปัจจุบันแม้แต่ทรัมป์เองก็เริ่มมีท่าทีเว้นระยะห่างจากประธาน FIFA รายนี้แล้ว
อนาคตของ FIFA: สู่การปฏิรูปที่แท้จริง?
เมื่อมองย้อนกลับไปถึงคำมั่นสัญญาในการปฏิรูปที่อินฟานติโนเคยให้ไว้ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งต่อจาก เซปป์ บลัตเตอร์ ในปี 2016 ดูเหมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวและการมุ่งเน้นรายได้ผ่านการขยายการแข่งขันและราคาตั๋วที่สูงลิ่ว ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก ปัจจุบันจึงเกิดคำถามสำคัญว่า FIFA ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องปฏิรูปโครงสร้างการบริหารใหม่ เพื่อไม่ให้ประธานมีอำนาจเบ็ดเสร็จและไม่ให้เกิดการพึ่งพาการซื้อเสียงจากประเทศสมาชิกเพื่อรักษาอำนาจในตำแหน่งอีกต่อไป
ที่มา : youtube channel BBC News
