ชีวิตที่ถูกจองจำอยู่บนเก้าอี้
ผมเคยผ่านชีวิตการเป็นที่ปรึกษาค่ายฤดูร้อนที่ต้องเล่นเกมกับเด็กๆ ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งไล่จับหรือว่ายน้ำ ผมกลับบ้านด้วยความเหนื่อยล้าทางร่างกาย แต่เป็นความเหนื่อยที่เปี่ยมไปด้วยความสุขและพลังงาน ทว่าในปัจจุบันชีวิตของผมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในฐานะนักวิทยาศาสตร์การออกกำลังกาย ผมกลับต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์และนั่งประชุมในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ความแตกต่างนี้ทำให้ผมตระหนักว่าเรากำลังอยู่ในยุคที่มนุษย์นั่งนิ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเฉลี่ยแล้วผู้ใหญ่ต้องใช้เวลามากกว่าครึ่งปีไปกับการนั่งหรืออยู่นิ่งๆ ซึ่งร่างกายของเราไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้เลย
อันตรายที่ซ่อนอยู่แม้คุณจะออกกำลังกาย
หลายคนอาจคิดว่าการไปยิมหลังเลิกงานจะช่วยลบล้างพฤติกรรมการนั่งทั้งวันได้ แต่ความจริงที่น่าตกใจก็คือ การนั่งนานเกินไปคือพิษร้าย งานวิจัยพบว่าการนั่งต่อเนื่องยาวนานเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน มะเร็ง ภาวะสมองเสื่อม และโรคหัวใจ แม้ว่าคุณจะเป็นนักกีฬาที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ตาม หากกล้ามเนื้อไม่ได้ถูกใช้งานเป็นเวลานาน มันจะสูญเสียความสามารถในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เปรียบเสมือนฟองน้ำที่แห้งกรังซึ่งไม่สามารถดูดซับของเหลวได้อีกต่อไป การออกกำลังกายเพียงชั่วโมงเดียวต่อวันไม่เพียงพอที่จะทำให้ฟองน้ำนี้ชุ่มชื้นตลอดเวลาได้
กลยุทธ์การขยับร่างกายแบบฉบับอุตสาหกรรมยาสูบ
เราควรเรียนรู้จากกลยุทธ์การตลาดของอุตสาหกรรมยาสูบในอดีตที่เปลี่ยนจากการขายซิการ์มาเป็นบุหรี่ เพื่อให้พนักงานในโรงงานสามารถเสพนิโคตินได้ในปริมาณเล็กน้อยแต่บ่อยครั้งตลอดวัน เราก็ควรทำเช่นเดียวกันกับการเคลื่อนไหวร่างกาย การทำ Movement Breaks หรือการพักขยับตัวเพียง 5 นาทีทุกๆ ครึ่งชั่วโมง สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการใช้ยาควบคุมระดับน้ำตาลเลยทีเดียว
ความจริงที่มากกว่าแค่สุขภาพกาย
ผลการทดลองจากผู้เข้าร่วมกว่า 2 หมื่นคนพบว่า สิ่งที่ผู้คนประทับใจไม่ใช่แค่สุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น แต่เป็นความรู้สึกสดชื่นและพลังงานที่กลับคืนมา ความเหนื่อยล้าทางสมองที่เคยมีจางหายไป ทำให้พวกเขามีสมาธิในการทำงานมากขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อและสมองนั้นใกล้ชิดกันมาก การเคลื่อนไหวร่างกายจึงเปรียบเสมือนอาหารสมองที่ช่วยป้องกันภาวะสมองล้าและอารมณ์หดหู่ที่เกิดจากการนั่งแช่นานเกินไป
ท้าทายวัฒนธรรมความสะดวกสบาย
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันคือเรามองว่าการเคลื่อนไหวเป็นเรื่องน่ารำคาญหรือเป็นอุปสรรค เรามีเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกจนแทบไม่ต้องลุกจากโซฟา แต่ผมอยากให้ทุกคนลองเปลี่ยนมุมมอง การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างวัน เช่น การเดินประชุม หรือการเดินขึ้นบันไดแทนลิฟต์ ไม่ใช่การเสียเวลา แต่เป็นการเชื่อมต่อร่างกายและสมองให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ นี้จะช่วยให้เราไม่ต้องใช้ชีวิตในเวอร์ชันที่เหนื่อยล้าและหมดไฟอีกต่อไป
ที่มา : youtube channel TED
