T
ITBlock - Business

อีคอมเมิร์ซไทยระอุ! สมาคมฯ ชี้สนามแข่งเดือด แพลตฟอร์มต่างชาติครองตลาด พร้อมแนะภาครัฐยื่นมือช่วย SME สู้ศึกราคา

อีคอมเมิร์ซไทยระอุ! สมาคมฯ ชี้สนามแข่งเดือด แพลตฟอร์มต่างชาติครองตลาด พร้อมแนะภาครัฐยื่นมือช่วย SME สู้ศึกราคา

ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในช่วงครึ่งปีหลัง

คุณกุลธิรัตน์ ภควัตรไกร นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (THECA) ได้วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ว่ายังคงมีความเคลื่อนไหวที่ดุเดือด แม้อัตราการเติบโตจะไม่ได้พุ่งสูงก้าวกระโดดเหมือนช่วงวิกฤตโควิด-19 แต่ยังคงรักษาอัตราการเติบโตต่อเนื่องอยู่ที่ระดับ 10-15 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน โดยปัจจัยสำคัญที่ยังคงผลักดันตลาดคือการแข่งขันของแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ที่ทุ่มงบการตลาดผ่านแคมเปญโปรโมชั่นตลอดทั้งปี รวมถึงเทรนด์ Live Commerce ที่กลายเป็นฟังก์ชันหลักที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวเข้าหาอย่างเลี่ยงไม่ได้

การเปลี่ยนแปลงลำดับชั้นของแพลตฟอร์ม Marketplace

จากการวิเคราะห์ข้อมูลล่าสุด นายกสมาคมฯ ระบุว่ามีการเปลี่ยนแปลงลำดับความนิยมของแพลตฟอร์มหลักในไทยอย่างชัดเจน โดย Shopee ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดด้วยรายได้ที่ทะลุ 49,000 ล้านบาท เติบโตเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ TikTok Shop กลายเป็นม้ามืดที่เข้ามาเปลี่ยนเกม (Game Changer) อย่างแท้จริงด้วยจุดเด่นด้านวิดีโอสั้นและลูกเล่นที่เข้าถึงง่าย ทำให้ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ด้วยรายได้ที่คาดการณ์ว่าอาจสูงถึง 50,000 ล้านบาท ส่วน Lazada ปรับตัวลงมาอยู่ในลำดับที่ 3 ด้วยรายได้ประมาณ 28,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยที่มีฐานผู้ใช้งานบน TikTok มากกว่า 50 ล้านบัญชี มีอิทธิพลอย่างสูงต่อการตัดสินใจซื้อ

ความท้าทายของแพลตฟอร์มสัญชาติไทย

ในมุมมองของคุณกุลธิรัตน์ สำหรับแพลตฟอร์มสัญชาติไทยที่พยายามเข้าสู่สนามแข่ง เช่น ไทยมาร์ท การสร้างฐานผู้ใช้งานให้แข็งแกร่งไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะมีนโยบายดึงดูดอย่างการประกาศ GP 0 เปอร์เซ็นต์ในปีแรก แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการแย่งชิงฐานลูกค้า (Customer Base) จากแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ที่มีฐานผู้ใช้งานมหาศาล โดยประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มหลายแห่งที่ไม่มีสายป่านยาวพอที่จะประคองธุรกิจในช่วง 6-10 ปีแรก มักจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว ดังนั้นกลยุทธ์สำคัญคือการสร้างประสบการณ์การซื้อซ้ำ และการดึงร้านค้าชั้นนำที่มีกลุ่มฐานลูกค้าประจำให้เข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มไทยเพื่อสร้างความยั่งยืน

ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทย

นายกสมาคมฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงพาณิชย์ ว่าภาครัฐควรเข้ามามีบทบาทในการหารือร่วมกับแพลตฟอร์มเพื่อปรับลดค่า GP ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน รวมถึงการสร้างกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการไทยผ่านนโยบายที่จับต้องได้ เช่น การสร้างตราสัญลักษณ์ Made in Thailand Online เพื่อเป็นจุดสังเกตให้กับผู้บริโภคในการสนับสนุนสินค้าไทย และการปรับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มให้เอื้อต่อการมองเห็น (Visibility) ของร้านค้าไทยมากขึ้น เพื่อสู้กับกระแสสินค้าจากผู้ขายต่างชาติที่มีราคาต่ำผิดปกติจนส่งผลกระทบต่อกลไกตลาด

สรุปกลยุทธ์สู่ความยั่งยืนของธุรกิจออนไลน์

ท้ายที่สุด การแข่งขันในอีคอมเมิร์ซไทยไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของแพลตฟอร์ม แต่เป็นการแข่งขันระหว่างผู้ขายไทยกับผู้ขายต่างชาติในทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งต้องอาศัยทั้งนโยบายภาครัฐในการคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ประกอบการ และการปรับตัวของร้านค้าในการสร้างความแตกต่างผ่านเนื้อหา (Content) และเกมมิฟิเคชัน (Gamification) เพื่อสร้างความสนุกสนานในการเลือกซื้อสินค้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดึงดูดเวลาหน้าจอ (Screen Time) ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันให้หันมาสนใจและซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : youtube channel TNN

← กลับหน้าหลัก
📚 คุณอาจจะชอบสิ่งนี้
คัดลอกลิงก์สำเร็จ!