ถอดรหัสลับ McDonald’s: มากกว่าแค่ร้านเบอร์เกอร์ คืออาณาจักรอสังหาริมทรัพย์
หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพลักษณ์ของ McDonald’s ในฐานะเชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีสาขามากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่รู้หรือไม่ว่ารายได้หลักที่หล่อเลี้ยงจักรวรรดิแห่งนี้ไม่ได้มาจากการขายเบอร์เกอร์เพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญที่แท้จริงคือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลยุทธ์นี้ถือเป็นต้นแบบธุรกิจที่เฉียบขาดและยากที่คู่แข่งรายใดจะเลียนแบบได้สำเร็จ
จุดเริ่มต้นจากความเร็วสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ย้อนกลับไปในปี 1940 สองพี่น้องตระกูล McDonald คือ Richard และ Maurice ได้ก่อตั้งร้านเบอร์เกอร์ในแคลิฟอร์เนีย และได้คิดค้นระบบ Speedy Service System ซึ่งเน้นความเร็วในการเสิร์ฟอาหารภายในเวลาไม่กี่นาที กลายเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมฟาสต์ฟู้ดในปัจจุบัน ต่อมาในปี 1954 Ray Kroc เซลส์แมนขายเครื่องปั่นมิลค์เชคได้เข้ามาพบกับระบบการทำงานที่ทรงประสิทธิภาพนี้ และมองเห็นศักยภาพในการขยายแฟรนไชส์ไปทั่วอเมริกา ก่อนจะตัดสินใจซื้อกิจการทั้งหมดในปี 1961
จุดเปลี่ยนจากคำแนะนำของ CFO อัจฉริยะ
ความสำเร็จที่ก้าวกระโดดไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่มาจากคำแนะนำของ Harry J. Sonneborn อดีต CFO ของบริษัทที่กล่าวประโยคทองว่า จริงๆ แล้วเราไม่ได้อยู่ในธุรกิจอาหาร แต่เราอยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เหตุผลที่เราขายเบอร์เกอร์ในราคาถูกก็เพื่อเป็นฐานรายได้ที่ทำให้ผู้เช่าสามารถจ่ายค่าเช่าให้เราได้ คำพูดนี้เองที่นำไปสู่การก่อตั้งบริษัท Franchise Realty Corporation ในปี 1956 เพื่อทำหน้าที่ซื้อที่ดินและให้แฟรนไชส์เช่าต่อ ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักที่ใช้มาจนถึงทุกวันนี้
3 ประเด็นสำคัญของโมเดลธุรกิจที่ไม่มีใครเทียบได้
1. โมเดลธุรกิจที่เน้นอสังหาริมทรัพย์: แทนที่จะปล่อยให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์หาทำเลเอง McDonald จะเป็นผู้เลือกซื้อหรือเช่าที่ดินและก่อสร้างร้านให้เสร็จสรรพ ทำให้บริษัทควบคุมมาตรฐานของร้านได้ทั้งหมด และได้รับรายได้จากค่าเช่าที่มั่นคงในระยะยาวกว่า 20 ปี มากกว่าการหวังพึ่งเพียงส่วนแบ่งยอดขายเพียงอย่างเดียว
2. วิทยาศาสตร์แห่งการเลือกทำเล: การเลือกทำเลไม่ได้ใช้เพียงสัญชาตญาณ แต่ใช้ข้อมูลเชิงลึก ตั้งแต่การเลือกทำเลใกล้สี่แยกที่มีสัญญาณไฟจราจรเพื่อให้แบรนด์เป็นที่จดจำ ไปจนถึงการใช้ระบบ GIS, ข้อมูล Big Data และ AI เพื่อวิเคราะห์ความหนาแน่นของประชากรและพฤติกรรมลูกค้า ทำให้การขยายสาขาในแต่ละครั้งมีความแม่นยำและคืนทุนได้รวดเร็ว
3. ระบบแฟรนไชส์ที่สร้างเงิน 3 ทาง: McDonald ใช้โมเดล Asset Light ที่เน้นลงทุนในสินทรัพย์หลัก แต่ให้แฟรนไชส์ซีลงทุนในการดำเนินงาน โดยรายได้หลักมาจาก 3 ช่องทาง คือค่าเช่าที่ดิน ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ และค่าบริการอื่นๆ เช่น ค่าโฆษณาและการฝึกอบรม ซึ่งช่วยให้บริษัทมีรายได้มหาศาลแม้ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ
บทสรุปของอาณาจักรที่แข็งแกร่ง
ปัจจุบัน McDonald’s ครอบครองอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์มูลค่ารวมกว่า 1.5 ล้านล้านบาท และมีรายได้จากค่าเช่าคิดเป็นสัดส่วนมหาศาลของรายได้ทั้งหมด การผสานรวมระหว่างอสังหาริมทรัพย์ ข้อมูล และเทคโนโลยี ทำให้พวกเขาสามารถเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด การเปลี่ยนมุมมองเพียงเล็กน้อยจากร้านอาหารมาเป็นเจ้าของที่ดิน คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ McDonald’s กลายเป็นตำนานที่ไม่มีวันล้ม
ที่มา : youtube channel Thairath Money
