ทำความเข้าใจการลงทุนในหุ้นโลก
การลงทุนในหุ้นโลกไม่ได้หมายถึงการไปไล่ซื้อหุ้นทุกตัวบนโลกใบนี้ เพราะปัจจุบันมีบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกกว่า 50,000 แห่ง ซึ่งการไล่ซื้อทีละตัวนั้นนอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยังต้องใช้เงินทุนมหาศาล ดังนั้นนักลงทุนจึงนิยมลงทุนผ่านการซื้อ ETF หรือกองทุนรวมที่อ้างอิงดัชนีหุ้นโลก ซึ่งเปรียบเสมือนตะกร้าใบใหญ่ที่คัดกรองหุ้นตัวแทนเศรษฐกิจโลกมารวมไว้ให้เราแล้ว
ดัชนีที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ MSCI All Country World Index (MSCI ACWI) ซึ่งคัดหุ้นจากประมาณ 2,500 บริษัท ใน 23 ประเทศพัฒนาแล้ว และ 24 ประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยสัดส่วนหุ้นส่วนใหญ่กว่า 63% กระจุกตัวอยู่ในสหรัฐอเมริกา ตามมาด้วยญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร แคนาดา และจีน ซึ่งหุ้นระดับโลกอย่าง Nvidia, Apple, Microsoft, Amazon และ Alphabet ก็ล้วนอยู่ในดัชนีนี้ ทำให้การลงทุนในหุ้นโลกใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด
ทางเลือกในการลงทุน: ETF vs กองทุนรวม
ผู้ที่สนใจลงทุนหุ้นโลกสามารถเลือกได้หลักๆ 2 วิธี คือการลงทุนตรงผ่าน ETF ในต่างประเทศ หรือการลงทุนผ่านกองทุนรวมในไทย ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน
1. ลงทุนผ่าน ETF โดยตรง
การลงทุนผ่าน ETF เช่น iShares MSCI ACWI (ACWI) หรือ Vanguard Total World Stock (VT) มีข้อดีคือค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการที่ต่ำมาก (เช่น VT อยู่ที่ประมาณ 0.07% ต่อปี) และสามารถซื้อขายได้แบบ Real-time อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนต้องบริหารจัดการเรื่องการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Risk) และการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรที่ได้รับจากการขาย ซึ่งต้องนำมาคำนวณภาษีตามฐานภาษีเงินได้
2. ลงทุนผ่านกองทุนรวมในไทย
สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการยุ่งยากเรื่องภาษีและอัตราแลกเปลี่ยน การเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมหุ้นโลกที่เสนอขายโดย บลจ. ในไทยถือเป็นทางเลือกที่สะดวกสบาย ข้อดีคือสามารถซื้อขายผ่านแอปพลิเคชันได้ง่าย และกำไรจากการขายกองทุนรวมในไทยส่วนใหญ่ได้รับการยกเว้นภาษี อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการจะสูงกว่าการซื้อ ETF ตรง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1-2% ต่อปี และการสั่งซื้อขายจะไม่ใช่ราคาแบบ Real-time แต่จะเป็นราคา NAV ณ สิ้นวัน
ทำไมหุ้นโลกจึงน่าลงทุนในระยะยาว
เหตุผลที่หุ้นโลกเป็นสินทรัพย์ที่ควรมีติดพอร์ตคือ การกระจายความเสี่ยงที่ยอดเยี่ยม การลงทุนในหลายอุตสาหกรรมและหลายภูมิภาคช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งมากจนเกินไป นอกจากนี้ ข้อมูลย้อนหลังเกือบ 40 ปีของ MSCI ACWI แสดงให้เห็นว่า แม้จะเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เช่น วิกฤตซับไพรม์ปี 2008 ที่ตลาดร่วงแรง แต่ในระยะยาวตลาดหุ้นโลกมีแนวโน้มปรับตัวเป็นขาขึ้นเสมอ โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลังที่น่าพอใจ
สรุปคือ หากคุณต้องการลงทุนระยะยาว การมีหุ้นโลกติดพอร์ตไว้จะช่วยให้เงินของคุณเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของโลก โดยไม่ต้องกังวลกับความผันผวนระยะสั้น ขอเพียงแค่เลือกเครื่องมือการลงทุนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความเข้าใจเรื่องภาษีของคุณ
ที่มา : youtube channel Wealth Me Up
