บทสรุปกรณีดราม่ากลุ่มนักท่องเที่ยวอิตาลีบนรถไฟฟ้า BTS
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลเมื่อกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีที่เดินทางมาศึกษาดูงานในประเทศไทย ได้แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมบนรถไฟฟ้า BTS ด้วยการส่งเสียงดังโวยวายรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น จนกระทั่งมีหญิงไทยรายหนึ่งเข้าไปตักเตือนด้วยความหวังดี แต่กลับได้รับพฤติกรรมเชิงลบตอบโต้กลับมา ทั้งการชูนิ้วกลางและใช้ถ้อยคำดูหมิ่น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับสังคมเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นการละเมิดมารยาทสากลและดูหมิ่นศักดิ์ศรีของเจ้าของประเทศ
การเจรจาขอโทษและการยอมรับผิดที่สถานีตำรวจ
หลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอพฤติกรรมดังกล่าวออกไป ล่าสุดตัวแทนกลุ่มนักเรียนอิตาลีรวม 5 คน พร้อมด้วยผู้ดูแล ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจนครบาลสำเร่ เพื่อเจรจากับผู้เสียหาย ซึ่งในระหว่างการพูดคุย กลุ่มนักเรียนอิตาลีได้แสดงความสำนึกผิดด้วยการยกมือไหว้ขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีล่ามช่วยสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ทางด้านผู้ดูแลกลุ่มนักเรียนได้พยายามชี้แจงว่าเป็นความแตกต่างทางวัฒนธรรมและเด็กๆ อาจคึกคะนองเกินไป แต่ผู้เสียหายได้ตอกกลับอย่างชัดเจนว่าการรักประเทศไทยต้องแสดงออกด้วยการให้เกียรติคนไทย ไม่ใช่การคุกคามหรือทำตัวไม่เหมาะสมในพื้นที่สาธารณะ
บทสรุปทางกฎหมายและบทเรียนครั้งสำคัญ
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้ากับกลุ่มนักเรียนทั้ง 5 คน พร้อมสั่งปรับคนละ 1,000 บาท ส่วนนักเรียนชายที่ชูนิ้วกลางใส่ผู้เสียหาย ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มฐานกระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัลและปรับเพิ่มอีก 1,000 บาท รวมเป็น 2,000 บาท ซึ่งทุกฝ่ายได้ลงบันทึกประจำวันและยุติเรื่องราวลงด้วยดี โดยผู้เสียหายได้แสดงความให้อภัยหลังจากเห็นความจริงใจในการสำนึกผิด พร้อมทั้งขอร้องให้สังคมออนไลน์ยุติการคุกคามกลุ่มนักเรียนกลุ่มนี้ เนื่องจากได้รับบทเรียนราคาแพงและสำนึกผิดแล้ว รวมถึงมีการย้ำเตือนไปยังผู้ที่เข้าไปรีวิวโรงแรมที่พักของกลุ่มนักเรียนในเชิงลบว่าโรงแรมไม่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมส่วนบุคคลดังกล่าว
อุทาหรณ์การใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
นอกเหนือจากประเด็นดราม่าดังกล่าว ยังมีกรณีที่น่าสนใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ที่พาวเวอร์แบงค์เกิดระเบิดและไฟลุกไหม้ขึ้นเองขณะวางไว้บนโต๊ะโดยไม่ได้เสียบชาร์จและไม่ได้ใช้งาน ซึ่งเจ้าของคลิปตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดจากการที่เคยเก็บอุปกรณ์ไว้ในรถที่จอดตากแดดเป็นเวลานานจนเกิดความร้อนสะสมทำให้วงจรภายในเสื่อมสภาพ จึงขอฝากเตือนผู้บริโภคทุกคนให้เลือกซื้ออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและหมั่นตรวจสอบการจัดเก็บเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ที่มา : youtube channel Thairath News - ข่าวไทยรัฐ
