สถานการณ์วิกฤตค้าปลีกย่านใจกลางเมือง
ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจย่านเศรษฐกิจสำคัญอย่างประตูน้ำและโบ๊เบ๊ พบภาพบรรยากาศที่เงียบเหงาอย่างชัดเจน จากเดิมที่เคยเป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการแย่งกันเช่าพื้นที่เพื่อทำการค้า แต่ปัจจุบันกลับพบเห็นป้ายประกาศให้เช่าพื้นที่ติดอยู่ทั่วบริเวณ หลายร้านต้องปิดกิจการลงเนื่องจากเผชิญกับปัจจัยลบรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงอย่างมาก ผสมผสานกับค่าเช่าที่มีราคาสูงลิ่ว และเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่การช้อปปิ้งออนไลน์มากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการหน้าร้านต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อความอยู่รอด
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ: ยอดขายหาย ค่าเช่าสวนทาง
จากการสอบถามพนักงานขายในย่านประตูน้ำ พบว่าบรรยากาศการค้าขายซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะร้านค้าที่ตั้งอยู่ในซอยลึกซึ่งลูกค้าเข้าถึงได้ยาก ยอดขายหายไปมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนร้านที่ตั้งอยู่ด้านหน้าซึ่งมีค่าเช่าสูงหลักแสนบาทต่อเดือน ก็ต้องทยอยปิดตัวลงหรือย้ายไปอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าเช่าถูกกว่า โดยค่าเช่านอกห้างในย่านประตูน้ำมีราคาตั้งแต่ 40,000 ถึง 150,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับทำเล
ผู้ประกอบการหลายรายจำต้องลดขนาดธุรกิจลง จากเดิมที่เคยเช่าหลายล็อกก็ลดเหลือเพียงล็อกเดียวเพื่อลดภาระต้นทุน บางรายย้ายจากทำเลทองด้านหน้าเข้ามาอยู่ในจุดที่ค่าเช่าถูกลงเพื่อประคองธุรกิจให้ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ แม้จะเป็นเพียงการประคองตัวให้พออยู่ได้เท่านั้น
เจาะลึกห้างค้าส่ง: เมื่อทุนต่างชาติรุกตลาด
ในการสำรวจห้างค้าปลีกค้าส่ง พบว่าบรรยากาศไม่แตกต่างกัน นักท่องเที่ยวและผู้ซื้อลดน้อยลงอย่างมาก ผู้ประกอบการให้ข้อมูลว่ายอดขายเสื้อผ้าหายไปถึง 35-40 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ค่าเช่ากลับปรับตัวสูงขึ้นทุกปีโดยเฉลี่ยปีละ 20 เปอร์เซ็นต์ สำหรับทำเลดีติดบันไดเลื่อน ค่าเช่าอาจสูงถึง 200,000-300,000 บาทต่อเดือน สิ่งที่น่าสังเกตคือเจ้าของร้านส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ใช่คนไทย แต่เป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มทุนจากประเทศจีนที่เข้ามาเช่ากิจการและให้คนไทยถือแทน
ตลาดโบ๊เบ๊: ตลาดเก่าแก่ที่กำลังเผชิญความท้าทาย
ที่ตลาดโบ๊เบ๊ ซึ่งเป็นตลาดเสื้อผ้าเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง พบว่าสถานการณ์น่ากังวลไม่แพ้กัน ผู้ค้ารายย่อยระบุว่าลูกค้าหายไปถึง 95 เปอร์เซ็นต์ โดยปัจจัยหลักคือการเติบโตของตลาดออนไลน์ที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ผู้ประกอบการรายหนึ่งสะท้อนว่าภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา สงครามที่ส่งผลต่อจิตวิทยาการใช้จ่ายของผู้คน และสินค้าจีนที่เข้ามาตีตลาด ทำให้แม้เจ้าของพื้นที่ยอมลดค่าเช่าจาก 40,000 บาทเหลือ 8,000 บาทต่อเดือน ก็ยังไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้ผู้ค้ากลับมาเปิดร้านได้
มุมมองผู้เชี่ยวชาญและการปรับตัวสู่อนาคต
Thai Franchise Center ประเมินว่า แม้การปรับตัวสู่ออนไลน์จะเป็นทางเลือกที่จำเป็น แต่หากปราศจากการบริหารจัดการที่ดี ก็มีความเสี่ยงที่ทุนจะจมไปกับสินค้าค้างสต็อก การแข่งขันตัดราคาและการเน้นเพียงปริมาณโดยไม่ทำการตลาดเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคือสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องระวัง นอกจากนี้ กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่เอื้อให้สามารถคืนสินค้าได้หากไม่ตรงปก ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นในการซื้อออนไลน์มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคบางส่วนยังคงนิยมไปดูสินค้าหน้าร้านเพื่อทดลองสวมใส่และตรวจสอบคุณภาพก่อนตัดสินใจซื้อผ่านทางออนไลน์ในภายหลัง ร้านค้าจำนวนหนึ่งจึงปรับตัวโดยเปิดหน้าร้านไว้เพื่อเป็นโชว์รูมให้ลูกค้าเข้ามาทดลองสินค้าจริง เป็นการผสมผสานระหว่างการค้าปลีกดั้งเดิมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้ในยุคที่พฤติกรรมผู้ซื้อเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ที่มา : youtube channel Thai PBS
