T
ITBlock - Business

ส่องเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง 2569: เมื่อสึนามิการปิดกิจการกำลังถาโถม ทางรอดคือการปรับตัว

ส่องเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง 2569: เมื่อสึนามิการปิดกิจการกำลังถาโถม ทางรอดคือการปรับตัว

เศรษฐกิจไทยในภาวะท้าทาย: สัญญาณเตือนจากตัวเลข GDP

ภาพประกอบข่าว

ในสถานการณ์ปัจจุบัน หากพิจารณาตามตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ GDP ของประเทศไทย จะพบว่ามีการชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ปัญหาหลักประการหนึ่งคือการขาดการลงทุนใหม่ๆ ที่มีนัยสำคัญ แม้ในอดีตเราจะมีอุตสาหกรรมหลักอย่างยานยนต์และการผลิตฮาร์ดดิสก์เป็นตัวขับเคลื่อน แต่ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ที่เน้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง

วิกฤตสึนามิการปิดกิจการ: ความเสี่ยงที่ SME ต้องเผชิญ

คุณวิเศษ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับทาง THE STANDARD WEALTH โดยระบุว่า ตัวเลขจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและสำนักงานประกันสังคม สะท้อนให้เห็นว่าอัตราการปิดกิจการในประเทศไทยยังคงอยู่ในระดับที่น่ากังวล โดยคาดการณ์ว่าในปีนี้อาจมีแรงงานต้องตกงานสูงถึง 500,000 คน ซึ่งหากสถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามในต่างประเทศยังคงยืดเยื้อ โอกาสที่ตัวเลขนี้จะเพิ่มสูงขึ้นก็ยังมีอยู่มาก

สาเหตุสำคัญของการปิดกิจการส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาขาดทุนสะสมมาอย่างยาวนาน ประกอบกับปัญหาสินค้าที่ไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับประเทศเพื่อนบ้านได้ เนื่องจากคู่แข่งมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า มีความได้เปรียบด้านวัตถุดิบ ค่าแรง และเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า นอกจากนี้ ธุรกิจจำนวนมากยังได้รับผลกระทบต่อเนื่องมาจากช่วงวิกฤตโควิด-19 และการปรับตัวไม่ทันต่อกระแสเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้ขาดสภาพคล่องในการหมุนเวียนธุรกิจ

การปรับตัวท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลง

คุณวิเศษชี้ให้เห็นว่า หัวใจสำคัญของการอยู่รอดคือการปรับตัว (Adaptation) ในทุกมิติ ธุรกิจที่ยังคงยึดติดกับโมเดลการผลิตแบบเดิมโดยไม่เพิ่มมูลค่าสินค้าจะถูกเบียดตกจากตลาดได้ง่าย การที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มเข้ามาลงทุนในไทยด้วยอุตสาหกรรมที่เพิ่มมูลค่าสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ถือเป็นสัญญาณบวก แต่ประเด็นสำคัญคือแรงงานไทยจะต้องเร่งพัฒนาทักษะ (Upskill) ให้ทันต่อความต้องการของอุตสาหกรรมสมัยใหม่เหล่านี้ เพื่อไม่ให้กลายเป็นว่าเราต้องนำเข้าแรงงานทักษะสูงจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว

ความเสี่ยงเงียบและต้นทุนแฝงที่ธุรกิจต้องจับตา

ในการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ มีความเสี่ยงเงียบที่ผู้ประกอบการหลายรายมองข้าม นั่นคือต้นทุนแฝงและกฎเกณฑ์ระดับโลก ตัวอย่างเช่น การผลิตสินค้าเทคโนโลยีสูงอย่างชิปหรือยานยนต์ EV ที่ต้องพึ่งพา Rare Earth ซึ่งหากประเทศใดควบคุมทรัพยากรเหล่านี้ได้ ก็จะกลายเป็นฐานการผลิตที่มั่นคงที่สุด นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องมาตรฐานความยั่งยืน (ESG) ที่ประเทศคู่ค้าทั่วโลกเริ่มนำมาใช้เป็นกฎระเบียบในการนำเข้าสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดการพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน ซึ่งหากผู้ประกอบการไทยไม่เตรียมตัวปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานเหล่านี้ ก็อาจเสียโอกาสในการแข่งขันในตลาดโลกได้

กลยุทธ์การอยู่รอดของภาคธุรกิจ

สำหรับธุรกิจอาหารและบริการ ปัจจุบันผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างมีนัยสำคัญ จากการซื้อสินค้าขนาดใหญ่มาเป็นการซื้อสินค้าขนาดเล็กลงแต่เน้นความคุ้มค่า ผู้ประกอบการจึงต้องปรับปรุงทั้งด้านบรรจุภัณฑ์และการจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการขนส่งและค่าแรง ในขณะเดียวกัน การเจรจาทางการค้าระหว่างประเทศ (FTA) เป็นสิ่งสำคัญที่ไทยต้องเร่งดำเนินการให้ทันเพื่อนบ้าน เพื่อเปิดโอกาสในการเข้าสู่ตลาดระดับโลก เช่น FTA ไทย-EU ที่จะช่วยขยายช่องทางธุรกิจและการลงทุนระหว่างกันได้มหาศาล

บทสรุป: ก้าวต่อไปของไทย

การจะก้าวข้ามผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ ภาคธุรกิจจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นสูง ต้องรู้จักใช้เทคโนโลยี เช่น AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น ธุรกิจที่สามารถปรับตัวและสร้างความแตกต่างได้เท่านั้นที่จะอยู่รอด การเน้นคุณภาพและความน่าเชื่อถือจะกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจไทยยังคงสามารถยืนหยัดและเติบโตได้ในตลาดโลกที่มีการแข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ที่มา : youtube channel THE STANDARD WEALTH

← กลับหน้าหลัก
📚 คุณอาจจะชอบสิ่งนี้
คัดลอกลิงก์สำเร็จ!