ในสายตาของธนาคารโลก ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูง (Upper Middle Income) ซึ่งหากมองในระดับสากล เราถือว่าอยู่ในลำดับที่ค่อนข้างดี อย่างไรก็ตาม เมื่อเราเจาะลึกลงไปถึงโครงสร้างรายได้ภายในประเทศ ภาพที่ปรากฏกลับสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำที่รุนแรง โดยเราสามารถแบ่งโครงสร้างรายได้ออกเป็นกลุ่มย่อยได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มท็อป 10% ที่มีรายได้สูง กลุ่มคนชั้นกลาง 40% และกลุ่มผู้มีรายได้น้อยอีก 50% หรือที่เรียกว่า Bottom 50 ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อเดือนเพียง 1,500 ถึง 5,000 บาทเท่านั้น ในขณะที่กลุ่มท็อป 10% มีรายได้สูงถึง 30,000 บาทต่อคนต่อเดือน ความต่างที่สูงถึง 10 เท่านี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า การเติบโตของเศรษฐกิจไม่ได้กระจายตัวไปสู่คนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างทั่วถึง
ปัญหาเชิงโครงสร้าง: ทำไมโอกาสเลื่อนชนชั้นถึงเป็นเรื่องยาก
ผมมองว่าปัญหาที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบันไม่ใช่แค่ตัวเลข GDP แต่คือปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทำให้คนไทยจำนวนมากไม่สามารถขยับฐานะทางเศรษฐกิจได้ จากข้อมูลพบว่าแรงงานไทยถึง 1 ใน 3 ถูกล็อกอยู่ที่กลุ่มรายได้เดิมตลอดระยะเวลา 10 ปี โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยกว่าครึ่งที่ไม่สามารถขยับขึ้นมาเป็นคนชั้นกลางได้ ซึ่งปัจจัยหลักเกิดจากโอกาสที่ไม่เท่าเทียม ตั้งแต่คุณภาพการศึกษาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างโรงเรียนรัฐและโรงเรียนเอกชนชั้นนำ ไปจนถึงค่าเสียโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของรัฐที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน รวมถึงข้อจำกัดในตลาดแรงงานที่แบ่งเป็นกลุ่มที่มีสวัสดิการชัดเจน กับกลุ่มที่ไม่มีความมั่นคง ทำให้คนกลุ่มหลังขาดโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างมีนัยสำคัญ
การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น: กับดักที่ทำให้เราย่ำอยู่กับที่
การที่รัฐบาลมักเลือกใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เช่น การแจกเงินหรือมาตรการอุดหนุนแบบชั่วคราว ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่กลับทำให้เกิดกับดัก 3 ชั้น ได้แก่ กับดักการกระตุ้นระยะสั้นที่ทำให้สังคมเสพติดนโยบายประชานิยม, กับดักทางโอกาสที่คนรายได้น้อยไม่ถูกสนับสนุนให้เก่งขึ้น, และกับดักทางการคลังที่ภาระหนี้จะตกไปอยู่ที่คนรุ่นถัดไปหรือผู้เสียภาษีกลุ่มคนชั้นกลาง ซึ่งในปัจจุบันเราเริ่มเห็นสัญญาณเตือนจากการที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP กำลังจะแตะเพดาน 70% ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างมากหากเราไม่เริ่มหันมาโฟกัสกับการวางโครงสร้างระยะยาว
ทางรอดของไทย: การสร้างกองหน้าและการยกระดับคุณภาพชีวิต
หากเปรียบทีมฟุตบอล ตอนนี้เรามีแต่กองหลังที่เน้นป้องกันการสูญเสีย แต่เราขาดกองหน้าที่ทำหน้าที่สร้างรายได้ เราต้องเปลี่ยนกลยุทธ์มาเน้นการส่งออกอุตสาหกรรมใหม่ๆ ดึงดูดการลงทุนที่มีประสิทธิภาพสูงที่จ้างงานคนไทยจริงๆ ไม่ใช่แค่การนำเข้า Data Center ที่ใช้แรงงานน้อยนิดแต่กินทรัพยากรมาก ในส่วนของคนรุ่นใหม่ที่เลือกย้ายไปทำงานต่างประเทศ ผมมองว่าไม่ใช่เรื่องผิด แต่เป็นเพราะปัจจัยผลักดัน (Push Factor) จากเศรษฐกิจในประเทศที่โตต่ำและโอกาสที่จำกัด รัฐบาลจึงต้องเร่งสร้างรากฐานที่ดึงดูดให้คนเก่งเหล่านี้อยากกลับมาพัฒนาบ้านเกิด โดยต้องทำให้เห็นว่าไทยมีระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการเติบโตและมีคุณภาพชีวิตที่ดีไม่แพ้ต่างประเทศ
แนวทางสู่ความหวัง: 3 สิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องกล้าทำ
เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากหลุมเศรษฐกิจ ผมมีข้อเสนอแนะที่สำคัญ 3 ประการ คือ 1. กล้าพูดความจริงเรื่องสถานะทางการคลังของประเทศและหยุดขายฝันที่เกินฐานะ 2. ต้องแข็งพอที่จะปฏิเสธนโยบายประชานิยมจากฝ่ายการเมืองที่ไม่มีความคุ้มค่าในระยะยาว และ 3. ต้องให้ความสำคัญกับมาตรการเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อการเติบโตในระยะ 5-10 ปีข้างหน้า ไม่ใช่แค่กระตุ้นเศรษฐกิจให้โตแค่ไตรมาสเดียวแล้วจบไป หากเราสามารถบริหารจัดการให้คนเข้าสู่ระบบภาษีได้มากขึ้นและยกระดับศักยภาพแรงงานได้จริง ผมเชื่อว่าประเทศไทยยังคงมีโอกาสที่จะก้าวไปสู่เศรษฐกิจระดับสูงได้
ที่มา : youtube channel THE STANDARD WEALTH
