สถานการณ์ตลาดหุ้นเกาหลีใต้: เผชิญความผันผวนครั้งใหญ่
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ตกเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าข่าวการเงิน หลังจากดัชนีเกิดความผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มูลค่าตลาดหายไปกว่า 40% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสาเหตุหลักมาจากนักลงทุนรายย่อยที่ใช้กลยุทธ์ Leverage สูงเกินตัวผ่านการซื้อบัญชี Margin และ Leverage ETF จำนวนมาก เมื่อตลาดเริ่มย่อตัวจากกระแสความกังวลในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี จึงเกิดแรงเทขายแบบ Panic Selling นำไปสู่การถูกเรียกหลักประกันหรือ Margin Call และบังคับขายหุ้น หรือ Force Selling ครั้งใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อนักลงทุนรายย่อยกว่า 360,000 คนที่ต้องสูญเสียเงินลงทุนไป
ปัจจัยบวกที่ยังคงแข็งแกร่ง: ทำไมเกาหลีใต้ถึงยังน่าสนใจ?
แม้จะมีความผันผวนในระยะสั้น แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคงมองเห็นปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของเกาหลีใต้ โดยเฉพาะตัวเลขเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนมิถุนายนที่สูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากยอดการส่งออกชิปที่ยังคงขยายตัวได้ดีต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 38 ติดต่อกัน ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 เกาหลีใต้มีตัวเลขเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสะสมอยู่ที่ 1.91 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่ธนาคารกลางคาดการณ์ไว้มาก สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าในระยะยาว ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังมีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มชิปและหน่วยความจำที่เป็นหัวใจหลักของเทคโนโลยี AI
มุมมองจากกูรู: กลยุทธ์การลงทุนท่ามกลางความเสี่ยง
สถาบันการเงินชั้นนำอย่าง JP Morgan และผู้บริหารจากธนาคารกสิกรไทยให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า แม้พื้นฐานของหุ้นเกาหลีใต้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยกำไรที่เพิ่มขึ้นกว่า 100% ในไตรมาสที่ 2 แต่ควรระมัดระวังเรื่องการเก็งกำไรที่ร้อนแรงเกินไป การกระจายพอร์ตการลงทุนผ่าน Multi-Asset จึงเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุดในเวลานี้ สำหรับหุ้นหลักอย่าง Samsung และ SK Hynix ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมกันเกือบ 60% ของตลาดนั้น ยังคงมีค่า PE ที่น่าสนใจเพียง 4-5 เท่า ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรในอนาคต
เจาะลึกหุ้น TRUE และโอกาสในตลาดหุ้นไทย
ในฝั่งของตลาดหุ้นไทย หุ้น TRUE กลายเป็นดาวเด่นหลังจากรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 เติบโตแข็งแกร่งถึง 60.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.15 บาทต่อหุ้น แม้จะมีกระแสข่าวการขายหุ้นของ China Mobile ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นเพียงปัจจัยกดดันระยะสั้นและมีผลกระทบจำกัดต่อปัจจัยพื้นฐาน โดยมองว่าหากราคาหุ้นมีการย่อตัวลงมา จะเป็นโอกาสดีในการเข้าสะสมเนื่องจากกำไรมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง
มาตรการยกระดับความปลอดภัยจาก TSD
ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย TSD ได้ยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อปกป้องผู้ลงทุน โดยผนึกกำลังกับหน่วยงานรัฐและธนาคารเพื่อตรวจสอบการยืนยันตัวตนและเฝ้าระวังธุรกรรมที่ผิดปกติ ผู้ลงทุนควรยึดหลัก 4 ข้อที่ควรทำ คือ เปิดแจ้งเตือนธุรกรรม หมั่นตรวจสอบบัญชี เปลี่ยนรหัสผ่านให้ซับซ้อน และไม่หลงเชื่อสายจากมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานทางการเด็ดขาด โดยข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ของผู้ลงทุนยังคงปลอดภัยและไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ที่มา : youtube channel กรุงเทพธุรกิจ
