Yaris Ativ แต่งสไตล์ดิบและแตกต่าง
การปรับแต่งรถยนต์ในยุคปัจจุบันมักจะไหลไปตามกระแสสังคม แต่สำหรับ Toyota Yaris Ativ คันที่ผมนำมาให้ชมวันนี้ ถือเป็นตัวอย่างของการแต่งรถที่เน้นความชอบส่วนตัวเป็นหลัก โดยไม่มีแรงบันดาลใจจากกระแสภายนอก แต่เป็นการทำรถในแบบที่ตัวเองต้องการให้มีความแปลกและโดดเด่นไม่ซ้ำใคร
รายละเอียดช่วงล่างและล้อสุดคลาสสิก
ไฮไลท์สำคัญของรถคันนี้คือการเลือกใช้ล้อ Work Dressing C Ultra ขอบ 17 นิ้ว ซึ่งเป็นล้อ 3 ก้านที่เป็นเอกลักษณ์ของยุค 90s นำมาจับคู่กับบอดี้รถสมัยใหม่ปี 2020 ได้อย่างน่าสนใจ ล้อชุดนี้ถือเป็นของหายากและเป็นล้อแท้มือสองที่เจ้าของรถตั้งใจตามหา เพื่อให้ได้สเปค 4 รู 100 ที่ลงตัวที่สุด
ในส่วนของช่วงล่างมีการเลือกใช้โช้คอัพ Silver Neo Max 1 ซึ่งช่วยให้รถเตี้ยลงจนแทบจะสอดนิ้วไม่ได้ การปรับจูนระดับนี้แน่นอนว่าต้องแลกมาด้วยความลำบากในการขับขี่บนท้องถนนทั่วไป แต่เจ้าของรถเลือกยอมรับผลกระทบนั้นเพื่อแลกกับทรงของรถที่ถูกใจ โดยมีการย้ายป้ายทะเบียนและถอดซุ้มล้อออกเพื่อเพิ่มความดุดันในแบบฉบับรถแข่งสไตล์ญี่ปุ่น
งานตกแต่งภายนอกและภายในที่เน้นความดิบ
สำหรับการตกแต่งภายนอกที่ดูสะดุดตาที่สุดคือการเปลี่ยนโลโก้ด้านหน้าเป็นของ Daihatsu ซึ่งเป็นการหยอกล้อกับต้นกำเนิดของโครงสร้างตัวถังที่ผลิตโดย Daihatsu แม้จะจำหน่ายในชื่อ Toyota ก็ตาม นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลงที่ปัดน้ำฝนให้เหลือเพียงก้านเดียว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งรายการ JTCC รวมถึงมีการติดตั้งแร็คหลังคาแบบสุญญากาศที่เน้นดีไซน์มากกว่าการใช้งานจริง
ภายในห้องโดยสารมีการปรับเปลี่ยนอย่างชัดเจน โดยเจ้าของรถถอดหน้าจอเรือนไมล์แบบเดิมออก แล้วแทนที่ด้วยเรือนไมล์เข็มจากรุ่นเริ่มต้น เหตุผลหลักคือความชอบส่วนตัวที่หลงใหลในความคลาสสิกและเรียบง่าย ไม่ชอบความวุ่นวายของหน้าจอดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีพวงมาลัย Custom ลายโดนัทที่ซื้อต่อมาจากเพื่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการแต่งรถที่เน้นความสนุกและความเป็นกันเองมากกว่าความหรูหรา
สมรรถนะและการใช้งานจริง
แม้ภายนอกจะดูดุดันและเตี้ยจนน่าเกรงขาม แต่ในส่วนของเครื่องยนต์นั้นยังคงเป็นมาตรฐานเดิมจากโรงงาน เนื่องจากเจ้าของรถมองว่าการปรับจูนเครื่องยนต์ให้แรงขึ้นในรถรุ่นนี้อาจไม่คุ้มค่ากับการลงทุน โดยความเร็วสูงสุดที่เคยทำได้อยู่ที่ประมาณ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งได้รับผลกระทบจากแรงต้านอากาศของอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ต้องการนำรถไปแต่งแนวนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษาเส้นทางและทำใจยอมรับกับสภาพถนนที่จะต้องเจอในชีวิตประจำวัน
ที่มา : youtube channel Peeffy
