ปัญหาการแฮกบัญชีคริปโตเคอร์เรนซีบนแพลตฟอร์ม Bitkub
เหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยบนโลกสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีรายงานการร้องเรียนจากผู้ใช้งานแพลตฟอร์มเทรดคริปโตเคอร์เรนซีชื่อดังอย่าง Bitkub โดยผู้เสียหายรายล่าสุดได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่ตนเองถูกโจรกรรมเหรียญในพอร์ตคิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 350,000 บาท ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยผู้เสียหายได้พยายามดำเนินการติดต่อผ่านช่องทางสนับสนุนของแพลตฟอร์มเพื่อติดตามผล แต่กลับพบความล่าช้าและการตอบกลับที่ไม่ชัดเจน สร้างความกังวลใจให้กับนักลงทุนในวงกว้าง
รูปแบบการโจรกรรมที่น่ากลัว: การขายเหรียญทิ้งเพื่อซื้อเหรียญขยะ
จากการตรวจสอบพบว่ารูปแบบการโจรกรรมหรือแผนประทุศกรรมในเคสนี้มีความคล้ายคลึงกับกรณีที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ โดยมิจฉาชีพจะใช้วิธีการแฮกเข้าสู่บัญชีผู้ใช้งานแล้วทำการเทขายเหรียญที่มีมูลค่าสูงในพอร์ตของผู้เสียหาย เช่น Bitcoin หรือ XRP จากนั้นจึงนำเงินที่ได้ไปไล่ซื้อเหรียญที่มีสภาพคล่องต่ำหรือที่มักถูกเรียกว่าเหรียญขยะในราคาที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นการกระทำที่ทำให้มูลค่าทรัพย์สินในพอร์ตของผู้เสียหายหายไปเกือบทั้งหมดโดยที่ไม่มีระบบแจ้งเตือนหรือระบบหยุดการซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker) เข้ามาแทรกแซงทันเวลา
เสียงสะท้อนจากผู้เสียหายต่อระบบการจัดการของ Bitkub
ผู้เสียหายรายดังกล่าวระบุว่าตนเองต้องเผชิญกับขั้นตอนที่ยุ่งยากในการร้องเรียน เนื่องจากทุกครั้งที่ติดต่อเข้าไปยังฝ่ายสนับสนุนของแพลตฟอร์ม มักจะได้รับเพียงคำตอบเดิมว่าอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการสื่อสารที่ทำให้ผู้ใช้งานต้องเริ่มอธิบายรายละเอียดเหตุการณ์ใหม่ทุกครั้งที่คุยกับเจ้าหน้าที่คนใหม่ ทำให้ไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมแม้เวลาจะผ่านไปนานกว่า 18 วันแล้วก็ตาม การดำเนินการเพียงแค่ลงบันทึกประจำวันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยที่ไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำความผิดได้ ยิ่งทำให้สถานการณ์มีความซับซ้อนและไร้ทิศทางในการติดตามเงินคืน
ข้อโต้แย้งจากผู้ให้บริการและบทเรียนสำหรับนักลงทุน
ในอดีต ทาง Bitkub เคยออกมาชี้แจงกรณีพอร์ตของผู้ใช้งานเสียหายในลักษณะเดียวกัน โดยยืนยันว่าระบบของบริษัทไม่ได้ถูกเจาะหรือถูกแฮกจากภายใน แต่ความเสียหายอาจเกิดจากความบกพร่องของผู้ใช้งานเอง เช่น การตกเป็นเหยื่อของมัลแวร์หรือการฟิชชิ่ง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจำนวนมากยังคงตั้งคำถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มในการปกป้องเงินทุนของผู้ใช้งาน นี่ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักลงทุนทุกคนว่าการเก็บรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและการตรวจสอบความผิดปกติของบัญชีด้วยตนเองเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในโลกของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่เคยหลับใหล
ที่มา : youtube channel ฐานเศรษฐกิจ
