เจาะลึกนโยบายสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคครัวเรือน
รัฐบาลไทยเตรียมเดินหน้าโครงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดครั้งสำคัญ โดยการสนับสนุนงบประมาณจาก พรก. กู้เงิน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) บนหลังคาบ้านเรือน เป้าหมายหลักคือการลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาวและลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ซึ่งนับเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการจัดการพลังงานของประเทศให้ยั่งยืน
รายละเอียดโครงการและเงื่อนไขการสนับสนุน
จากการเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้น โครงการนี้ตั้งเป้าครอบคลุมครัวเรือนทั่วประเทศจำนวน 500,000 ถึง 1 ล้านครัวเรือน โดยโครงสร้างค่าใช้จ่ายในการติดตั้งต่อครัวเรือนประเมินไว้ที่ประมาณ 100,000 ถึง 150,000 บาท ซึ่งภาครัฐจะเข้ามาสนับสนุนเงินอุดหนุนแบบให้เปล่าทันทีจำนวน 50,000 บาทต่อครัวเรือน เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนแรกเข้าให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับส่วนต่างของค่าใช้จ่ายที่เหลือ กระทรวงการคลังได้ประสานงานร่วมกับธนาคารออมสินและธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการจัดสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ กลไกที่น่าสนใจที่สุดของโครงการนี้คือการออกแบบระบบผ่อนชำระที่ไม่ต้องใช้เงินก้อน แต่ให้ประชาชนนำส่วนต่างจากค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้ในแต่ละเดือนมาแบ่งจ่ายคืนธนาคารแทน ทำให้ภาระทางการเงินลดลงอย่างมาก
กลุ่มเป้าหมายและบริการแบบ One Stop Service
โครงการนี้มุ่งเน้นไปยังครัวเรือนที่มีการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 5 กิโลวัตต์ขึ้นไป หรือมีค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 3,000 ถึง 4,000 บาท โดยรัฐบาลได้มอบหมายให้การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่ออำนวยความสะดวกครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบมาตรฐานความปลอดภัย การเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า การเปลี่ยนมิเตอร์เป็นแบบ Smart Meter รวมถึงการดูแลสิทธิ์ในการขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าระบบผ่านระบบ Net Billing
ส่งเสริมอุตสาหกรรมในประเทศและยุทธศาสตร์พลังงานสะอาด
นอกเหนือจากมาตรการช่วยเหลือประชาชนแล้ว รัฐบาลยังได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อกำหนดเงื่อนไขส่งเสริมผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมการผลิตโซลาร์เซลล์ เน้นโรงงานที่ได้มาตรฐานในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการใช้วัสดุภายในประเทศ (Local Content) ควบคู่ไปกับการควบคุมคุณภาพสินค้าให้มีราคาที่เข้าถึงได้
ผมมองว่าโครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายรายเดือนของประชาชน แต่ยังเป็นการลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติที่ปัจจุบันไทยต้องนำเข้าสูงถึงร้อยละ 60 โดยคาดว่าความชัดเจนของหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการจะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการภายใน 1 เดือนนับจากนี้ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมพลังงานสะอาดอย่างเต็มตัวครับ
ที่มา : youtube channel TNN
