การเดินทางของบ้านในฝันที่รอคอยมากว่า 3 ปี
การตามหาบ้านที่ใช่เปรียบเสมือนการตามหาเนื้อคู่ สำหรับเจ้าของบ้านหลังนี้ใช้เวลากว่า 3 ปีในการขับรถตระเวนหาทำเลที่เหมาะสมที่สุด จนกระทั่งมาพบกับทาวน์โฮมในหมู่บ้านปิดแห่งหนึ่งที่มีหน้ากว้างเพียงพอสำหรับการจอดรถ 2 คัน ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญเพราะเจ้าของบ้านทั้งสองท่านต่างใช้รถส่วนตัว การไม่ต้องจอดรถหน้าบ้านจึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้ดีที่สุด นอกจากทำเลที่ใกล้ที่ทำงานและระบบขนส่งสาธารณะแล้ว การเลือกบ้านหลังนี้ยังเป็นการตัดสินใจที่เฉียบขาดแม้ตัวบ้านจะมีอายุยาวนานถึง 36 ปีก็ตาม
เปลี่ยนโฉมใหม่ด้วยแนวคิด Open Space
เมื่อได้รับบ้านมา โจทย์สำคัญคือการรีโนเวทให้บ้านกลับมามีชีวิตชีวาและสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ โดยเน้นการรื้อเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินแบบเก่าทิ้งเพื่อเปิดพื้นที่ให้กว้างขวางและโปร่งสบาย แนวคิดหลักคือการสร้าง Flow ของแสงและอากาศให้ทะลุถึงกันตั้งแต่หน้าบ้านไปจนถึงหลังบ้าน ทำให้บ้านที่เคยดูทึบตันกลับมามีบรรยากาศที่อบอุ่นและโล่งโปร่งอย่างไม่น่าเชื่อ
โซน Living และมุมทำงานที่เชื่อมต่อกัน
พื้นที่ชั้นล่างถูกออกแบบให้เป็น Open Space อย่างสมบูรณ์ โซนรับแขกที่เคยมีตู้ไม้สไตล์โบราณถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นมุมพักผ่อนที่เรียบง่าย ส่วนโต๊ะทานข้าวถูกปรับฟังก์ชันให้กลายเป็นมุมทำงานประจำของภรรยา ทำให้ทุกกิจกรรมในบ้านสามารถมองเห็นกันและส่งผ่านแสงธรรมชาติได้อย่างทั่วถึง
ครัวและพื้นที่เซอร์วิสที่คิดมาอย่างดี
ห้องครัวถูกกั้นด้วยบานเฟี้ยมเพื่อแยกโซนแอร์ออกจากพื้นที่ทำอาหาร การออกแบบในส่วนนี้ผ่านการคิดวิเคราะห์มาอย่างละเอียดถึงลำดับการใช้งานจริง ตั้งแต่ตำแหน่งเตาแก๊สไปจนถึงจุดวางจาน ซึ่งช่วยให้การใช้งานในแต่ละวันสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังมีห้องเก็บของอเนกประสงค์ที่ออกแบบมาเพื่อซ่อนความรกของอุปกรณ์ทำความสะอาดและถังน้ำไว้ภายในอย่างเป็นระเบียบ
ห้องน้ำในฝันและการบริหารพื้นที่ชั้นบน
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของบ้านหลังนี้คือห้องน้ำชั้นล่างที่ขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นพร้อมอ่างอาบน้ำ เพื่อตอบโจทย์ความผ่อนคลายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักบนโครงสร้างชั้นบน ส่วนพื้นที่โถงบันไดที่เคยเป็นจุดอับแสง ได้รับการแก้ไขด้วยการทำช่องกระจกรับแสงจากคอร์ดกลางบ้าน ทำให้แสงธรรมชาติสามารถส่องผ่านเข้ามายังส่วนกลางของตัวบ้านได้อย่างลงตัว
รายละเอียดการบริหารงบประมาณ
สำหรับการรีโนเวทบ้านหลังนี้ใช้งบประมาณรวมอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านบาท สำหรับค่าแรงและค่าวัสดุ รวมถึงงานบิวท์อินต่างๆ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกประมาณ 7-8 แสนบาท เมื่อรวมกับราคาซื้อบ้านที่อยู่ในระดับ 6 ล้านบาท ทำให้บ้านในฝันหลังนี้เป็นความสำเร็จที่คุ้มค่าและลงตัวที่สุด เพราะเกิดจากการทำการบ้านมาอย่างหนักและการวางแผนร่วมกันของคนในครอบครัว
ที่มา : youtube channel AomThara
