เศรษฐกิจรูปตัว K กับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอสังหาริมทรัพย์
ในสภาวะเศรษฐกิจโลกและประเทศไทยที่เผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจแบบรูปตัว K (K-Shaped Economy) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจน กลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูงยังคงเติบโตและมีกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กลุ่มระดับกลางลงไปกลับเผชิญกับความท้าทายด้านรายได้และการครองชีพ สถานการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพฤติกรรมการเลือกลงทุนในสินทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรีจึงกลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจสูง เพราะไม่ได้ตอบโจทย์เพียงแค่การอยู่อาศัย แต่ยังเป็นเครื่องมือในการสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นท่ามกลางความผันผวนของสินทรัพย์ประเภทอื่น
นิยามความหรูหราที่แท้จริงในโลกยุคใหม่
แนวคิดของการอยู่อาศัยที่หรูหราได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ความมั่งคั่งในยุคใหม่ไม่ได้ถูกวัดเพียงแค่เฟอร์นิเจอร์ราคาแพงหรือพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ แต่กลับถูกวัดด้วยคุณภาพชีวิต สุขภาพที่ดี และอายุที่ยืนยาว นี่คือจุดกำเนิดของเทรนด์ Wellness Real Estate หรือ Well-being Residence ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจไปพร้อมกับการลงทุนที่คุ้มค่า
องค์ประกอบสำคัญของ Wellness Real Estate
การจะเป็นโครงการระดับ Wellness Real Estate ที่สมบูรณ์แบบนั้น ต้องประกอบด้วย 3 มิติหลัก ได้แก่ มิติที่หนึ่งคือ Physical Wellbeing ซึ่งเน้นการออกแบบที่คำนึงถึงสุขภาวะทางกาย เช่น การใช้นวัตกรรม Biophilic Design เพื่อเชื่อมโยงความเป็นธรรมชาติเข้ากับที่อยู่อาศัย การเลือกใช้กระจกพิเศษที่ลดทอนความร้อนและเสียงรบกวนจากภายนอก รวมถึงการติดตั้งระบบกรองอากาศระดับ Plasma Air และระบบกรองน้ำสะอาดทั้งอาคาร เพื่อปกป้องผู้อยู่อาศัยจากมลภาวะและฝุ่น PM 2.5
มิติที่สองคือ Emotional Wellbeing ซึ่งเน้นการลดภาระทางใจและความเครียดของผู้อยู่อาศัย ผ่านบริการระดับมืออาชีพอย่าง Personal Assistant ที่คอยจัดการธุระต่างๆ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีเวลามากขึ้นและไม่มีความกังวลในเรื่องจุกจิกภายในบ้าน มิติที่สามคือ Social Wellbeing ซึ่งเป็นการคัดสรรสังคมและเพื่อนบ้านที่มีไลฟ์สไตล์และทัศนคติที่สอดคล้องกัน เพื่อสร้างสังคมแห่งความจริงใจและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี
ทำไมต้องเลือกลงทุนในโครงการประเภทนี้
เหตุผลที่ Wellness Real Estate กลายเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนในยุคนี้ เพราะความต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลศักยภาพที่จำกัด การลงทุนในโครงการที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพและเวลาถือเป็นการสร้างคุณค่าให้กับชีวิตอย่างแท้จริง นอกจากนี้ข้อมูลจาก Global Wellness Institute ยังระบุว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทสุขภาพทั่วโลกมีการเติบโตเฉลี่ยสูงถึงปีละ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่แข็งแกร่งและโอกาสในการเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว
หากกล่าวถึงตัวอย่างโครงการที่ชัดเจนในประเทศไทย โครงการระดับ Ultra Luxury ในทำเลศักยภาพอย่างทองหล่อ ได้นำเอาหลักการเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพดานสูง การใช้วัสดุเกรดพรีเมียม และการจัดการพื้นที่ส่วนกลางที่เน้นความเป็นส่วนตัวและการใช้งานที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล นี่คือภาพสะท้อนว่าความหรูหราในมุมมองใหม่คือการลงทุนในสิ่งที่จะทำให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุขอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับความมั่งคั่ง
ที่มา : youtube channel BTimes
