ก้าวสู่ยุคใหม่กับ BMW X3 โฉมใหม่รหัส G45
BMW X3 โฉมใหม่ล่าสุดในรหัสตัวถัง G45 คือการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของรถกลุ่ม Sport Activity Vehicle หรือ SUV ไซส์กลางที่ได้รับความนิยมสูง การปรับโฉมครั้งนี้เป็นการยกระดับดีไซน์และเทคโนโลยีขึ้นไปอีกขั้น โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์ความคล่องตัวที่ลงตัวเอาไว้ รุ่นนี้เปิดตัวมาพร้อมกับการประกอบภายในประเทศที่โรงงานจังหวัดระยอง โดยมีการทำตลาด 2 รุ่นหลัก ได้แก่ รุ่นท็อป M50 xDrive ซึ่งเป็นครั้งแรกที่นำรุ่น M Performance มาทำตลาดในไทย และรุ่น 20d xDrive สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องยนต์ดีเซล
ดีไซน์ภายนอกที่เน้นความคล่องตัวและทันสมัย
รูปลักษณ์ของ G45 ถูกปรับเปลี่ยนให้มีความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ไฟหน้ามาพร้อมลวดลายตัว L ซ้อนกันสองชั้นดูสปอร์ตดุดัน กระจังหน้าไตคู่มาพร้อมไฟ Iconic Glow ซึ่งเป็นครั้งแรกของรุ่น X3 ที่เพิ่มลูกเล่นนี้เข้ามา นอกจากนี้กระจังหน้ายังมีการปิดทึบถึง 70 เปอร์เซ็นต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายอากาศและลดแรงต้าน แม้จะเป็นเครื่องยนต์สันดาปก็ตาม สำหรับสัดส่วนตัวรถมีความยาวเพิ่มขึ้น 47 มิลลิเมตร และกว้างขึ้น 29 มิลลิเมตร ทำให้ห้องโดยสารกว้างขวางขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในรุ่น M50 จะมาพร้อมชุดแต่ง M Sport Pro พร้อมกระจกมองข้างดีไซน์ M และล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้วที่ดูโดดเด่น
ภายในห้องโดยสารและเทคโนโลยีล้ำสมัย
ภายในได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดโดยเน้นความเรียบง่ายและล้ำสมัยด้วยหน้าจอ BMW Curved Display ที่ประกอบด้วยหน้าจอหลัก 14.6 นิ้วและหน้าจอคนขับ 12.9 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ BMW OS 9 ที่เน้นการใช้งานแบบ Single Layer เพื่อความสะดวกในการเข้าถึงเมนูต่างๆ นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นไฟ Interaction Bar ที่ล้อมรอบคอนโซลหน้าและแผงประตู ช่วยเพิ่มบรรยากาศตามโหมดการขับขี่ ในส่วนของหลังคาเป็นแบบ Glass Roof ไร้คานกลางเพิ่มความรู้สึกโปร่งสบาย อีกทั้งยังรองรับการใช้งาน Digital Key Plus ที่เปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้เป็นกุญแจรถได้อย่างแม่นยำ
สมรรถนะการขับขี่ของ M Performance รุ่นแรง
BMW X3 M50 xDrive ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร พ่วงระบบ Mild Hybrid 48 โวลต์ ให้กำลังสูงสุดถึง 398 แรงม้า แรงบิด 540 นิวตันเมตร มอบอัตราเร่งที่รวดเร็วและตอบสนองทันใจโดยไม่มีอาการรอรอบ การขับขี่แบ่งออกเป็น 2 บุคลิกที่ชัดเจน ระหว่างโหมด Personal ที่นุ่มนวลเหมาะกับการใช้งานในครอบครัว และโหมด Sport ที่ช่วงล่าง Adaptive M จะปรับความหนืดให้แน่นและกระชับขึ้น พร้อมเสียงเครื่องยนต์ที่ถูกปรุงแต่งให้เร้าใจมากขึ้น นอกจากนี้ยังมี Boost Mode ที่ช่วยให้รีดพละกำลังสูงสุดได้ทันทีในเวลา 10 วินาที
บริการ Digital Premium และประสบการณ์ใหม่
นอกเหนือจากสมรรถนะแล้ว ผู้ใช้งานยังสามารถเลือกสมัครแพ็กเกจ Digital Premium เพื่อปลดล็อกฟีเจอร์ต่างๆ เช่น โหมดการขับขี่เพิ่มเติม การดาวน์โหลดแอปพลิเคชันและเกมบนหน้าจอรถ รวมถึงฟีเจอร์อัจฉริยะอย่าง Automated Windows ที่ช่วยเปิดหน้าต่างอัตโนมัติเมื่อถึงจุดที่กำหนดไว้ ถือเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรดประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ให้เต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้น
ที่มา : youtube channel spin9
