ก้าวสำคัญของไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Data Center แห่งภูมิภาค
ในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก การมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งอย่าง Data Center ถือเป็นหัวใจสำคัญ เดิมทีสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้มาโดยตลอด แต่ด้วยข้อจำกัดทางกายภาพ ทั้งพื้นที่ประชากรที่มีจำกัดและปัญหาด้านการจัดสรรพลังงานไฟฟ้า ทำให้ผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลกต้องมองหาทำเลใหม่เพื่อขยายฐานการดำเนินงาน
ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในเวลานี้ ด้วยความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและการวางแผนนโยบายจากภาครัฐที่เตรียมความพร้อมไว้เป็นอย่างดี แม้ในช่วงเริ่มต้นเราอาจจะเน้นไปที่การรองรับกลุ่มภาคการผลิตในเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่าง EEC แต่ความพร้อมเหล่านั้นกลับกลายเป็นแต้มต่อสำคัญที่ทำให้ไทยรองรับการขยายตัวของ Data Center ได้อย่างราบรื่น
ทำไมประเทศไทยถึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่นักลงทุนต้องการ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยดูโดดเด่นในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ คือตำแหน่งที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ (Strategic Location) ที่เป็นจุดศูนย์กลางของกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับกัมพูชา เวียดนาม ลาว จีน ไปจนถึงพม่าได้อย่างสะดวก ทำให้การเชื่อมโยงระบบเครือข่ายและการขนส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากเรื่องทำเลที่ตั้งแล้ว การสนับสนุนจากภาครัฐผ่านสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ยังเป็นแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาล ซึ่งการมีนโยบายที่เอื้ออำนวยต่อผู้ให้บริการระดับโลก ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำเงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้าง Ecosystem ของอุตสาหกรรมดิจิทัลที่ยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย
บทบาทของ STT GDC กับการยกระดับมาตรฐานโลกในไทย
ST Telemedia Global Data Centers หรือ STT GDC ถือเป็นผู้เล่นระดับโลกที่มีประสบการณ์สูงในการดูแล Data Center มากกว่า 100 แห่งทั่วโลก ทั้งในยุโรปและเอเชีย การเข้ามาลงทุนในไทยของบริษัทระดับนี้เป็นการยืนยันถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ เช่น ความพร้อมด้านระบบไฟฟ้าและระบบน้ำ ซึ่งเป็นสองหัวใจหลักของความเสถียรของศูนย์ข้อมูล
ด้วยกำลังการผลิตที่ให้บริการทั่วโลกกว่า 2.3 กิกะวัตต์ (GW) แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการขนาดใหญ่ ซึ่งการที่ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้ามาตั้งฐานในไทย ไม่เพียงแค่การนำเทคโนโลยีมาลง แต่ยังเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้และมาตรฐานการปฏิบัติงานให้แก่บุคลากรในประเทศ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจดิจิทัลในไทยจะสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด
โจทย์สำคัญ: การสร้างบุคลากรและ Ecosystem ที่ยั่งยืน
การลงทุนใน Data Center ไม่ได้จบแค่เพียงการก่อสร้างอาคารให้เสร็จสิ้นเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการบริหารจัดการ (Operation) ให้ศูนย์ข้อมูลสามารถรันได้ 24 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก ซึ่งต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจในเชิงลึก คนไทยมีพื้นฐานด้านทักษะดิจิทัลและการเรียนรู้ที่ดีเยี่ยมอยู่แล้ว แต่อาจจะยังขาดประสบการณ์ในกรณีศึกษาที่ยากและซับซ้อน (Use Cases) เหมือนในต่างประเทศ
ดังนั้น สิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาคือการสร้างทักษะเฉพาะทางและการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ จากต่างประเทศมาปรับใช้ รวมถึงการให้ความสำคัญกับเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ตามเทรนด์โลก ซึ่งเป็นหัวข้อที่ทุกบริษัทต้องคำนึงถึงเพื่อให้ธุรกิจเติบโตไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างแท้จริง
อนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยกับการร่วมมือของทุกภาคส่วน
การจะทำให้ประเทศไทยเป็นฮับที่ยั่งยืนได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะนโยบายที่ครอบคลุมและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดหรือ Green Power ซึ่งเป็นความต้องการหลักของบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ การมีนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของเอกชนจะช่วยให้ประเทศไทยมีความได้เปรียบในการแข่งขันสูงขึ้น
ในท้ายที่สุด Data Center คือรากฐานแรกของธุรกิจดิจิทัลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน นวัตกรรมใหม่ ๆ หรือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทุกอย่างล้วนต้องรันอยู่บนฐานข้อมูลเหล่านี้ การที่เราวางรากฐานที่มั่นคงตั้งแต่วันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของ Value Chain ที่ยิ่งใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืนในอนาคต
ที่มา : youtube channel กรุงเทพธุรกิจ
