ก้าวสำคัญของเครือเจริญโภคภัณฑ์กับเวที CP Exponential Search
การขับเคลื่อนองค์กรขนาดใหญ่ให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและกระแสความยั่งยืน ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พลังของพนักงานคือฟันเฟืองสำคัญที่สุด ผ่านโครงการ CP Exponential Search ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมุ่งเน้นการเปิดพื้นที่ให้คนในองค์กรได้โชว์ศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์อนาคตอย่างเป็นรูปธรรม
เวทีนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันนำเสนอไอเดีย แต่เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ โดยเปิดโอกาสให้พนักงานจากกลุ่มธุรกิจต่างๆ ทั่วเครือ ได้นำเสนอโครงการที่มุ่งเน้นการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งในแง่ของธุรกิจและผลลัพธ์ต่อสังคม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในยุคใหม่ที่ความยั่งยืนต้องมาคู่กับผลกำไร
ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ผมมองว่านี่คือกลยุทธ์การบริหารจัดการคน (Talent Management) ที่ชาญฉลาดมาก เพราะการให้พนักงานได้ทดลองทำธุรกิจของตัวเองภายในองค์กร ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการค้นพบโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญในอนาคต
บทบาทของผู้บริหารระดับสูงกับการเป็นพี่เลี้ยงทางธุรกิจ
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของโครงการนี้ คือการได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของเครือเจริญโภคภัณฑ์ นำโดยคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และคุณสุภกิจ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ลงมาให้คำแนะนำด้วยตนเอง นี่ไม่ใช่เพียงการตัดสิน แต่เป็นการส่งต่อวิสัยทัศน์ที่แหลมคมให้กับคนรุ่นใหม่
คำแนะนำจากคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ที่เน้นย้ำเรื่องการทำ Benchmark เทียบกับระดับโลก คือบทเรียนล้ำค่าที่สะท้อนว่า เราไม่ควรหยุดนิ่งอยู่กับมาตรฐานภายใน แต่ต้องก้าวออกไปเปรียบเทียบกับท็อป 1 ของโลกในแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อให้รู้จุดแข็ง จุดอ่อน และหาช่องว่างในการพัฒนาสินค้าและบริการให้ก้าวสู่ระดับสากลได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังมีการนำเครื่องมืออย่าง Open AI มาเป็นตัวช่วยสำคัญในการหาข้อมูลเชิงลึก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเครือ CP พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจเชิงธุรกิจ สิ่งที่ผู้บริหารเน้นย้ำเสมอคือ หากเรายอมรับการเปลี่ยนแปลง เราก็จะคิดสิ่งใหม่ๆ ได้ และเมื่อมันยาก เราต้องเรียนรู้ที่จะทำให้มันง่ายและรวดเร็ว
เจาะลึกนวัตกรรมจากทีมชนะเลิศ: การเปลี่ยนของเหลือเป็นคุณค่า
ทีมชนะเลิศในปีนี้จากกลุ่มธุรกิจ CPF ได้นำเสนองานวิจัยไบโอเทค (Biotech) ที่โดดเด่นมาก คือการพัฒนาการใช้ประโยชน์จากกระดูกสัตว์สู่การผลิตโปรตีนคุณภาพสูง ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มมูลค่าจากวัตถุดิบเหลือใช้ (Upcycling) แล้ว ยังเป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นเทรนด์สังคมในปัจจุบัน
ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่อยู่ที่การตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ และสร้างองค์ความรู้ให้แก่พนักงานในกระบวนการทำงาน การพัฒนาคนให้มีความรู้ใหม่ๆ ผ่านการแข่งขันเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้เลย เพราะมันหมายถึงการยกระดับขีดความสามารถของคนในองค์กรในระยะยาว
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การนำงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง โครงการที่ได้รับรางวัลจะถูกนำไปทดสอบในตลาดและหน้างานจริง เพื่อดูความเป็นไปได้ก่อนขยายผล ซึ่งนี่คือหัวใจของนวัตกรรมที่ต้องมี 'ผลลัพธ์' ที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่แนวคิดในกระดาษ
เทคโนโลยีและ AI ในสมรภูมิธุรกิจยุคใหม่
ภายในโครงการ CP Exponential Search ยังมีนวัตกรรมที่น่าสนใจอีกมากมายที่แสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ:
- การพัฒนา AI เพื่อป้องกันและควบคุมโรคในสัตว์
- ระบบการบริหารจัดการสินค้าคงคลังด้วย AI เพื่อความแม่นยำ
- นวัตกรรมตรวจการปนเปื้อนในอาหารเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
- การพัฒนาระบบบำบัดน้ำในโรงเรือนเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
- เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะที่ยืดอายุการถนอมอาหาร
สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นว่า เครือ CP ไม่ได้เพียงแค่ผลิตอาหารหรือทำธุรกิจค้าปลีก แต่กำลังเปลี่ยนตัวเองเป็นบริษัท Tech-driven ที่ใช้เทคโนโลยีนำทางธุรกิจ นี่คือสิ่งที่ตลาดโลกให้การยอมรับ และเป็นเหตุผลว่าทำไมองค์กรขนาดใหญ่ถึงต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันต่อความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปทุกวัน
บทสรุป: ความยั่งยืนเริ่มต้นที่ความคิดของพนักงาน
จากทีมที่สมัครเข้าร่วมกว่า 23 กลุ่มธุรกิจ และคัดเลือกจนเหลือเพียง 8 ทีมสุดท้าย เราเห็นความมุ่งมั่นและพลังของคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ รางวัลมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จ แต่ประสบการณ์และการเรียนรู้ที่พนักงานได้รับ คือรางวัลที่แท้จริง
ในฐานะนักสังเกตการณ์ ผมขอชื่นชมเครือ CP ที่สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้พนักงานได้กล้าลองผิดลองถูก เพราะโลกธุรกิจทุกวันนี้ไม่มีคำตอบที่ถูกที่สุด มีเพียงคำตอบที่ปรับเปลี่ยนได้เร็วที่สุดเท่านั้น และการสร้างวัฒนธรรมที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ จะเป็นเกราะคุ้มกันชั้นดีที่ทำให้องค์กรยั่งยืนท่ามกลางความผันผวนของโลกยุคใหม่
ที่มา : youtube channel TNN
