การเติบโตของ Generative AI ในสังคมไทย
ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยี Generative AI กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้หาข้อมูล การวางแผนการท่องเที่ยว การเรียน หรือแม้กระทั่งการทำงาน ผลสำรวจจาก SCB EIC ระบุว่าผู้บริโภคชาวไทยกว่า 72% เคยใช้งาน Gen AI แล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มคน Gen C และ Gen Y ที่มีสัดส่วนการใช้งานสูงกว่ากลุ่มอื่นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ไม่ได้ยึดติดกับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง แต่เลือกใช้ให้เหมาะสมกับงาน โดยเฉลี่ยคนละ 2 แอปพลิเคชัน และมีประมาณ 30% ที่ยอมควักกระเป๋าจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนในเรท 500 ถึง 1,000 บาท เพื่อเข้าถึงฟีเจอร์ระดับพรีเมียมที่ทรงประสิทธิภาพมากกว่าเวอร์ชันฟรี
AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือค้นหา แต่คือผู้ช่วยตัดสินใจ
จากเดิมที่ AI ถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือช่วยหาข้อมูล แต่ในขณะนี้บทบาทของมันได้เปลี่ยนไปสู่การเป็นผู้ช่วยตัดสินใจที่มีอิทธิพลสูง ผลสำรวจชี้ว่าคนไทย 44% มีความเชื่อถือในข้อมูลจาก AI อย่างมาก และอีก 43% เริ่มให้ความเชื่อถือในบางส่วน ซึ่งสะท้อนว่า AI ได้เข้ามาอยู่ในกระบวนการตัดสินใจของผู้บริโภคเรียบร้อยแล้ว โดยหัวข้อที่คนไทยเชื่อถือ AI มากที่สุดคือด้านการท่องเที่ยว รองลงมาคือการเรียนและการทำงาน ในขณะที่เรื่องการเงินและช้อปปิ้งยังมีความลังเลอยู่บ้างเนื่องจากเป็นเรื่องที่อ่อนไหว ส่วนเรื่องความเชื่อและการดูดวงนั้นอยู่ในระดับความเชื่อถือที่ต่ำที่สุดเพราะไม่สามารถตรวจสอบความแม่นยำได้
ผลกระทบต่อภาคธุรกิจ: จาก Search Engine สู่ Agentic Ecommerce
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลโดยตรงต่อกลยุทธ์ของภาคธุรกิจ ในอดีตการตลาดออนไลน์เน้นไปที่การทำ SEO เพื่อแย่งพื้นที่บนหน้า Search Engine แต่ในอนาคตอันใกล้ ธุรกิจจะต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เรียกว่า Agentic Ecommerce ซึ่ง AI จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้บริโภคในการคัดเลือก เปรียบเทียบ และตัดสินใจซื้อสินค้าแทน ดังนั้นการมีข้อมูลสินค้า ราคา และคุณสมบัติที่ถูกต้อง ทันสมัย และชัดเจนบนโลกออนไลน์จึงกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด เพื่อให้ AI สามารถมองเห็นและนำเสนอสินค้าของเราให้แก่ผู้บริโภคได้
งานแบบไหนที่ AI กำลังเข้ามาแทนที่?
แม้หลายคนจะมองว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ถึง 60% แต่ก็มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่กังวลเรื่องรายได้และความมั่นคงในอาชีพ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือ Gen Z ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน งานประเภทงานแอดมิน การสรุปข้อมูล การจัดทำเอกสาร และการวิเคราะห์เบื้องต้น เป็นงานหลักที่ AI สามารถทำได้ดีและรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อกลุ่มอาชีพสายการเงิน เทคโนโลยี และการตลาดมากที่สุด อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ และการแพทย์ ความกังวลกลับต่ำกว่า เพราะงานเหล่านี้ยังต้องอาศัยประสบการณ์ การตัดสินใจเชิงวิชาชีพ และความรับผิดชอบที่มนุษย์เท่านั้นที่ให้ได้
คำแนะนำสำหรับอนาคต: การทำงานร่วมกับ AI
การปรับตัวของธุรกิจไม่ควรเน้นแค่การลดจำนวนคน แต่ควรเป็นการออกแบบกระบวนการทำงานแบบ AI-first ที่ให้ AI รับภาระงานรูทีนไปทำ ส่วนคนควรขยับไปทำหน้าที่ตรวจสอบ มอนิเตอร์ และแก้ปัญหาที่ซับซ้อนขึ้น องค์กรต้องให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล AI และความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าให้ชัดเจน เพราะในอนาคตการแข่งขันจะไม่ใช่เรื่องของคนกับ AI แต่จะเป็นการแข่งขันระหว่างคนที่ใช้ AI เก่ง กับคนที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งคนที่สามารถใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อเพิ่ม Productivity ได้สูงสุด จะเป็นผู้ที่อยู่รอดในตลาดแรงงานยุคใหม่นี้
ที่มา : youtube channel TNN
