สถานการณ์วิกฤตของความมั่นคงทางอาหารในญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีดัชนีความมั่นคงทางอาหารน่าเป็นห่วงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยปัจจุบันญี่ปุ่นต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารจากต่างประเทศสูงถึงร้อยละ 60 ของการบริโภคทั้งหมด ปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นคือการที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการนำเข้าอาหารและสินค้าโภคภัณฑ์ ส่งผลให้ราคาอาหารในประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
กลไกที่ทำให้เงินเยนอ่อนค่าส่งผลต่อราคาอาหาร
เมื่อค่าเงินเยนอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ญี่ปุ่นต้องจ่ายเงินเยนในจำนวนที่มากขึ้นเพื่อซื้อสินค้าเท่าเดิมจากต่างประเทศ เนื่องจากสินค้าเกษตรและวัตถุดิบส่วนใหญ่ถูกซื้อขายด้วยเงินดอลลาร์ การที่ญี่ปุ่นนำเข้าทั้งธัญพืช เนื้อสัตว์ และพลังงานเกือบทั้งหมด จึงทำให้เกิดสภาวะเงินเฟ้อที่นำเข้าจากต่างประเทศ (Imported Inflation) อย่างรุนแรง ผู้ประกอบการในญี่ปุ่นไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นได้เพียงลำพัง จึงจำเป็นต้องผลักภาระไปสู่ผู้บริโภคผ่านการปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในทุกระดับ
ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการเกษตรภายในประเทศ
นอกจากค่าเงินแล้ว ญี่ปุ่นยังเผชิญกับวิกฤตการเกษตรภายในประเทศอย่างหนัก ทั้งการที่เกษตรกรมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นและพื้นที่เพาะปลูกลดลง การพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ย อาหารสัตว์ และเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ทำให้ต้นทุนการผลิตในประเทศสูงขึ้นตามไปด้วย เมื่อต้นทุนการผลิตภายในสูง ประกอบกับราคาอาหารนำเข้าที่แพงขึ้นตามค่าเงินเยน จึงเกิดภาวะบีบคั้นที่ทำให้ผู้ผลิตท้องถิ่นและผู้บริโภคต่างได้รับผลกระทบไปพร้อมกัน
ทางออกในอนาคต: ญี่ปุ่นจะรับมืออย่างไร
รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามหาทางออกผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในประเทศ การส่งเสริมการใช้อาหารที่ผลิตในท้องถิ่น และการมองหาแหล่งนำเข้าที่หลากหลายขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล ในขณะที่สถานการณ์ค่าเงินเยนยังคงมีความผันผวนสูง การรักษาสมดุลระหว่างราคาอาหารที่จับต้องได้กับความมั่นคงทางอาหารจึงกลายเป็นความท้าทายที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลและภาคเอกชนในทศวรรษนี้
ที่มา : youtube channel CNA Insider
