วิกฤตหนี้สิน: เมื่อชนชั้นกลางไทยกำลังจนลง
ในอดีต ชนชั้นกลางถูกมองว่าเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เป็นดัชนีชี้วัดความมั่งคั่งและสัญญาณของการที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ในปัจจุบัน สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ชนชั้นกลางจำนวนมากในประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะรายได้ไม่พอรายจ่าย และตกอยู่ในกับดักหนี้สินที่ยากจะถอนตัว ข้อมูลสะท้อนชัดเจนว่าหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงขึ้นทำลายสถิติในรอบหลายปี โดยหนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการกู้ยืมเพื่อสร้างสินทรัพย์ แต่เป็นหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภค ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือสินเชื่อรถยนต์
ปัจจัยเร่งวิกฤต: จากนโยบายสู่ภาวะเศรษฐกิจ
ปัญหาหนี้สินที่สั่งสมมามีที่มาจากหลายปัจจัย ในอดีตนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการรถยนต์คันแรก ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากก่อหนี้เกินตัวโดยไม่คาดคิด ตามมาด้วยวิกฤตการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ที่บีบให้หลายครอบครัวต้องกู้เงินเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และซ้ำเติมด้วยวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก ผู้คนต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อความอยู่รอด ส่งผลให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทยพุ่งสูงติดอันดับต้นๆ ของเอเชีย
ชีวิตที่ติดอยู่ในวงจรหนี้: ประสบการณ์จริงของคนในสังคม
ผู้บรรยายจากหลายภาคส่วนสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาหนี้สินไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มผู้มีรายได้น้อย แต่ชนชั้นกลางที่เคยมีฐานะมั่นคง ก็ต้องเผชิญกับภาวะรายได้ที่หดหายในขณะที่ภาระหนี้ยังคงอยู่ หลายครอบครัวต้องตัดลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แม้กระทั่งการศึกษาของบุตรหลานก็ได้รับผลกระทบ การเข้าถึงสินเชื่อที่ง่ายเกินไปผ่านช่องทางดิจิทัลและแอปพลิเคชันต่างๆ ยิ่งทำให้คนรุ่นใหม่เริ่มก่อหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยขาดความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน (Financial Literacy) ที่เพียงพอ
หนี้เสีย (NPLs) และผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ
เมื่อผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ย่อมส่งผลกระทบต่อภาคธนาคารซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ นำไปสู่การเกิดหนี้เสีย หรือ NPLs จำนวนมหาศาล สถาบันการเงินจึงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ที่ต้องการเงินทุนไปประกอบธุรกิจเล็กๆ เพื่อหาทางรอด กลับไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ เกิดเป็นวงจรที่เรียกว่า Vicious Cycle หรือวงจรที่เศรษฐกิจถดถอยและโอกาสในการลืมตาอ้าปากของประชาชนลดน้อยลง
ความพยายามของภาครัฐและทางออกในอนาคต
ภาครัฐมีความพยายามในการแก้ไขปัญหานี้ผ่านโครงการต่างๆ เช่น โครงการช่วยเหลือลูกหนี้เพื่อลดภาระดอกเบี้ยและเน้นการตัดเงินต้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การที่รัฐเข้าไปช่วยเหลือมากเกินไปอาจสร้างวัฒนธรรมที่พึ่งพาภาครัฐ และไม่เป็นธรรมต่อผู้ที่มีวินัยทางการเงิน ทางออกที่ยั่งยืนที่สุดคือการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง การส่งเสริมทักษะอาชีพ และการมองปัญหาแบบองค์รวม มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว หากปล่อยให้ปัญหานี้ดำเนินต่อไปโดยไม่มีการแก้ไขอย่างตรงจุด เราอาจเผชิญกับปัญหาสังคมที่รุนแรงกว่าเดิมในอนาคต
ที่มา : youtube channel CNA Insider
