ก้าวสำคัญของ สปป.ลาว กับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า
ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความผันผวนด้านพลังงานอย่างรุนแรง ประเทศลาวได้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าจับตามองมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์และการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ ล่าสุดทางการลาวได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ที่น่าทึ่ง โดยตั้งเป้าหมายยกระดับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้สูงถึง 30% ของยานพาหนะทั้งหมดภายในปี 2573 หรือภายในระยะเวลาเพียง 4 ปีข้างหน้า ซึ่งถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจของประเทศไปตลอดกาล
ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ใช่เพียงแค่กระแสความนิยมตามเทรนด์โลก แต่เป็นความตั้งใจแน่วแน่ของรัฐบาลลาวที่จะเปลี่ยนจุดอ่อนให้กลายเป็นจุดแข็ง การลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงนำเข้า ซึ่งเป็นภาระหนักหน่วงของงบประมาณประเทศ จะถูกทดแทนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ลาวสามารถผลิตได้เองจากทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างมหาศาล นี่คือกลยุทธ์การอยู่รอดที่น่าศึกษาและเป็นบทเรียนที่น่าสนใจสำหรับประเทศที่ไม่มีทางออกทะเลอย่างลาว
ทำไมลาวต้องเร่งเปลี่ยนเป็นรถ EV ในตอนนี้?
วิกฤตความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ต้นปี ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันโลกให้มีความผันผวนและพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเกือบ 100% อย่างลาว จึงได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งต้นทุนการขนส่งสินค้า ค่าครองชีพของประชาชน และภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลลาวต้องเร่งหามาตรการรับมือทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ทางการลาวได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกด้วยการระงับการนำเข้ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้น้ำมันเป็นหลักเป็นการชั่วคราว โดยเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาจนถึงสิ้นปี 2569 เพื่อเป็นการกดปุ่มเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ แม้จะมีข้อยกเว้นสำหรับรถโดยสารสาธารณะ รถเพื่อโครงการ หรือรถใช้งานเฉพาะทาง แต่เป้าหมายหลักยังคงชัดเจนคือการผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้รถ EV ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ไฟฟ้าพลังน้ำ: ขุมทรัพย์ที่กลายเป็นแต้มต่อทางเศรษฐกิจ
จุดแข็งสำคัญที่ทำให้ลาวกล้าตัดสินใจเดิมพันกับรถ EV คือความพร้อมในด้านพลังงานสะอาด ลาวได้รับการขนานนามว่าเป็น 'แบตเตอรี่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้' (Battery of South East Asia) เนื่องจากมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำมหาศาล ข้อมูลจาก IMF ระบุว่าการส่งออกไฟฟ้าเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจลาว โดยสร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 15.8% ถึง 16.1% ของ GDP ในช่วงปี 2568-2569
การเปลี่ยนมาใช้รถ EV จึงไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่คือการเปลี่ยนทิศทางของเม็ดเงิน แทนที่จะต้องจ่ายเงินตราต่างประเทศเพื่อนำเข้าน้ำมัน ลาวจะสามารถใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้เองภายในประเทศ ซึ่งเม็ดเงินเหล่านี้จะไหลเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายใน เกิดการจ้างงาน การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการและประชาชนชาวลาวโดยตรง
ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กับการเปลี่ยนผ่านจาก 0.5% สู่ 30%
แม้เป้าหมายจะดูสวยหรู แต่ในความเป็นจริงลาวต้องเผชิญกับความท้าทายมหาศาล ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ณ เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าและรถไฮบริดในลาวมีเพียง 17,357 คัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 0.5% ของจำนวนรถยนต์ทั้งหมดในประเทศที่มีมากกว่า 3 ล้านคัน การจะขยับตัวเลขจาก 0.5% ขึ้นไปสู่ 30% ภายในปี 2573 จึงถือเป็นโจทย์หินที่รัฐบาลต้องเร่งลงมือทำมากกว่าแค่การออกกฎหมาย
หัวใจสำคัญคือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ต้องครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการจูงใจภาคเอกชนให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ภาครัฐเองก็ต้องเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง โดยตั้งเป้าเปลี่ยนรถยนต์ของทางราชการให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 50% เพื่อเป็นต้นแบบและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการก้าวเข้าสู่ยุคสังคมพลังงานสะอาด
ผลกระทบต่อประเทศไทย: โอกาสและความร่วมมือครั้งใหม่
สำหรับประเทศไทย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างยิ่ง เพราะลาวและไทยมีความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและพลังงานอย่างแนบแน่น ประเทศไทยเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดที่ซื้อไฟฟ้าจากลาวด้วยมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาทต่อปี ในขณะเดียวกัน ภาคเอกชนไทยก็ได้เข้าไปลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าในลาวมูลค่ามากกว่าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้หยุดเพียงแค่การซื้อขายไฟฟ้า แต่ยังรวมถึงความร่วมมือด้านพลังงานในยามวิกฤตที่ไทยยังคงรักษาโควตาการส่งออกน้ำมันให้กับลาวเป็นกรณีพิเศษ
ในแง่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ไทยเองก็กำลังเร่งเครื่องสู่การเป็นศูนย์กลางผลิตรถ EV ของภูมิภาค การที่ลาวหันมาสนับสนุนรถ EV อย่างจริงจัง จึงถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ผลิตและผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปขยายตลาด เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และแบ่งปันองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งสองประเทศในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและก้าวทันกระแสโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว
ที่มา : youtube channel TNN Originals
