วิกฤตการค้าไทย-จีน: ขาดดุลกว่า 12 ล้านล้านบาท
ปัญหาการขาดดุลการค้ากับจีนถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ประเทศไทยต้องเผชิญมาอย่างยาวนาน ข้อมูลย้อนหลังในช่วงปี 2559 ถึง 2569 เผยให้เห็นภาพความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจน โดยไทยมียอดขาดดุลการค้ากับจีนสะสมสูงถึง 362,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยมหาศาลกว่า 12 ล้านล้านบาท สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากความขยันหรือศักยภาพในการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างการค้าที่ไทยพึ่งพาการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบจากจีนเป็นหลัก ในขณะที่สินค้าส่งออกของไทยส่วนใหญ่ยังคงเป็นสินค้าเกษตรและอาหารสด ซึ่งมีมูลค่าต่อหน่วยต่ำกว่าสินค้าเทคโนโลยีและยานยนต์ไฟฟ้าอย่างมหาศาล
แนวคิด Co-Creation: ทางออกเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและลดการพึ่งพา
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทางคณะทำงานด้านเศรษฐกิจได้เสนอแนวคิด Co-Creation เพื่อให้การลงทุนจากจีนสร้างประโยชน์ร่วมกับไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นย้ำไปที่ 3 มาตรการสำคัญที่จะช่วยดึงห่วงโซ่อุปทานจีนเข้ามาผสานกับศักยภาพของไทย ประการแรกคือการผลักดันให้ผู้ประกอบการจีนที่เข้ามาลงทุนในไทย เพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ (Local Content) ตามกฎถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับซัพพลายเชนในประเทศและลดปัญหาการส่งผ่านสินค้า (Transhipment) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาษีศุลกากรระหว่างประเทศได้
ยกระดับสินค้าไทยสู่ตลาดจีนและแปรรูปเกษตรมูลค่าสูง
มาตรการที่สองคือการเปิดช่องทางให้สินค้า SME ไทย สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีนได้โดยตรง ผ่านการจัดตั้ง Thai Pavilion เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสส่งออกสินค้าไปแข่งขันในตลาดจีนได้มากขึ้น ลดแรงกดดันจากการนำเข้าสินค้าจีนเพียงฝั่งเดียว ส่วนมาตรการที่สามคือการดึงเทคโนโลยีจากจีนมาร่วมลงทุนแปรรูปสินค้าเกษตรไทย เพื่อเปลี่ยนสินค้าเกษตรขั้นต้นให้กลายเป็นสินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรไทยและลดการพึ่งพาตลาดส่งออกแบบเดิมๆ
วิเคราะห์ 10 ปัจจัยฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย
จากการศึกษาเชิงลึกของนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านจีน พบว่ามี 10 ปัจจัยหลักที่ทำให้ไทยเสียเปรียบดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ 1. ต้นทุนการผลิตของจีนที่ต่ำกว่า 2. ห่วงโซ่อุปทานของจีนที่ครบวงจร 3. สิทธิประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี 4. การลงทุนจีนที่นำเข้าเครื่องจักรจากบริษัทแม่ 5. ห่วงโซ่อุตสาหกรรมไทยพัฒนาไม่ทันเทคโนโลยีจีน 6. มาตรการควบคุมสินค้านำเข้าของไทยยังขาดประสิทธิภาพ 7. การพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากจีนมากเกินไป 8. โครงสร้างสินค้าส่งออกไทยไม่สอดรับกับเทคโนโลยีใหม่ 9. การทะลักของกำลังการผลิตส่วนเกินจากจีน และ 10. การขาดกลไกบังคับใช้ Local Content ที่เข้มงวด
ก้าวต่อไปของภาครัฐ: การขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม
เพื่อให้แนวทางทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจริง ภาครัฐได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานกับฝ่ายจีนเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือโดยไม่ต้องรอรอบการประชุมคณะกรรมการร่วมทางเศรษฐกิจชุดใหญ่ในปีหน้า พร้อมทั้งจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อเริ่มดำเนินงานทันที นอกจากนี้ยังมีการดึงผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์จีนมาช่วยวางแนวทางเพื่อกำหนดนโยบายเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับทิศทางของจีนในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าไทยจะไม่เป็นเพียงแค่ตลาดรองรับสินค้าทุน แต่จะเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่เติบโตไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน
ที่มา : youtube channel กรุงเทพธุรกิจ
