จุดเริ่มต้นของ Virtual Bank ในประเทศไทย
การถือกำเนิดของ Virtual Bank หรือธนาคารไร้สาขาในประเทศไทยไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต่มีเป้าหมายหลักคือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง (Pain Point) ของกลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบธนาคารพาณิชย์ปกติได้ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีหลักฐานรายได้ชัดเจน ไม่มีสลิปเงินเดือน หรือไม่มีหลักประกัน ซึ่งที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้มักถูกผลักไปสู่หนี้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 10-20% ต่อเดือน ดังนั้น Virtual Bank จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นผ่านเทคโนโลยี
บทบาทของ AI และ Big Data ในการอนุมัติสินเชื่อ
หัวใจสำคัญของ Virtual Bank คือการใช้ AI, Machine Learning และข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) มาเป็นตัวประเมินความเสี่ยง แทนที่จะดูเพียงแค่สลิปเงินเดือนหรือประวัติเครดิตบูโรเพียงอย่างเดียว ธนาคารรูปแบบใหม่นี้จะพิจารณาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ข้อมูลการชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ หรือแม้แต่พฤติกรรมการเติมน้ำมัน เพื่อใช้เป็นตัวบ่งชี้วินัยทางการเงินของผู้กู้ อย่างไรก็ตาม นี่คือดาบสองคม เพราะในระยะเริ่มต้นที่ธนาคารยังไม่มีฐานข้อมูลที่มากพอ ความเสี่ยงในการเกิดหนี้เสีย (NPL) จึงเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องเรียนรู้และปรับตัว
ความกังวลเรื่องหนี้เสียและวินัยทางการเงิน
กระแสข่าวที่มีผู้คนแห่ไปขอสินเชื่อและบางส่วนมีประวัติค้างชำระในเครดิตบูโรแต่ยังได้รับอนุมัติ ได้สร้างคำถามสำคัญในสังคมว่า นี่คือกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าหรือความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า การกู้เงินไปเพื่ออุปโภคบริโภคมากกว่าการลงทุนเป็นปัญหาหลักของหนี้ครัวเรือนไทย การเปิดให้กู้ได้ง่ายขึ้นอาจช่วยบรรเทาสภาพคล่องได้จริง แต่ถ้าผู้กู้ขาดวินัยทางการเงิน หรือมีเจตนา กู้แล้วบิด ประวัติเสียจะไปปรากฏในเครดิตบูโร ซึ่งจะส่งผลกระทบในระยะยาวต่อความสามารถในการทำธุรกรรมทางการเงินอื่นๆ ในอนาคต
ประสบการณ์จากต่างประเทศและสิ่งที่ไทยต้องเตรียมพร้อม
หากมองย้อนไปในต่างประเทศ เช่น จีน เกาหลี หรือแม้แต่ยุโรป Virtual Bank หลายแห่งใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3-5 ปีในการพิสูจน์ตัวเอง หลายแห่งประสบความสำเร็จ แต่ก็มีบางแห่งที่ต้องล้มละลายเพราะปัญหา NPL ที่ควบคุมไม่ได้ ดังนั้นการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิดในช่วง 3-5 ปีแรก จึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงเชิงระบบที่อาจลุกลามไปทั่วทั้งภาคการเงิน
ผลกระทบต่อตลาดหุ้นธนาคารและนักลงทุน
ในมุมมองของการลงทุน ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่าธุรกิจ Virtual Bank ในปัจจุบันยังมีขนาดที่เล็กมากเมื่อเทียบกับตลาดสินเชื่อโดยรวมที่มีมูลค่ากว่า 16 ล้านล้านบาท ดังนั้นการกำเนิดของธนาคารใหม่เหล่านี้จึงยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิม นักลงทุนที่ถือหุ้นกลุ่มธนาคารพื้นฐานดีที่มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอจึงยังไม่ต้องกังวลหรือตื่นตระหนกกับกระแส Virtual Bank ในช่วงนี้ เพราะกว่าที่ธนาคารใหม่เหล่านี้จะพิสูจน์ศักยภาพในการทำกำไรได้จริง ต้องอาศัยระยะเวลาในการเรียนรู้และบริหารจัดการความเสี่ยงอีกหลายปี
บทสรุป: ก้าวต่อไปของระบบการเงินไทย
การมีอยู่ของ Virtual Bank เป็นสิ่งที่ดีกว่าการไม่มี เพราะเป็นการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการร่วมเรียนรู้ระหว่างธนาคาร ผู้กำกับดูแล และตัวผู้กู้เอง ผู้กู้ควรยึดหลัก Responsible Lending หรือการกู้เท่าที่จำเป็นและมีความสามารถในการชำระคืน ส่วนภาครัฐและธนาคารต้องเฝ้าระวังไม่ให้เกิดภัยคุกคามทางการเงินในวงกว้าง หากทุกฝ่ายปรับตัวและสร้างวินัยได้ Virtual Bank จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน
ที่มา : youtube channel THE STANDARD WEALTH
