ก้าวใหม่แห่งการเดินทางกับแผนแม่บท M-MAP2
วงการคมนาคมไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางรางได้ให้ความเห็นชอบ แผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หรือที่เรียกกันว่า M-MAP2 ซึ่งถือเป็นพิมพ์เขียวฉบับใหม่ที่ตั้งเป้าหมายพลิกโฉมโครงข่ายการเดินทางให้ครอบคลุมและไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น โดยภาพรวมของแผนนี้จะประกอบด้วยโครงข่ายรถไฟฟ้ามากถึง 18 เส้นทาง ภายใต้งบประมาณการลงทุนมหาศาลกว่า 600,000 ล้านบาท
การจัดกลุ่มเส้นทางตามความพร้อมและลำดับความสำคัญ
ผมขอสรุปการแบ่งกลุ่มการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เริ่มจากกลุ่ม A1 ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีความพร้อมสูงสุดและสามารถเดินหน้าก่อสร้างได้ทันที ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และช่วงศาลายา-ตลิ่งชัน-ศิริราช โดยทั้งสองโครงการนี้ถือเป็นเส้นทางที่การรถไฟฯ ได้มีการเซ็นสัญญาและเตรียมความพร้อมไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ถัดมาคือกลุ่ม A2 ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องเตรียมความพร้อมอย่างเร่งด่วนเพื่อดำเนินการภายในปี 2572 มีด้วยกันทั้งหมด 7 เส้นทาง อาทิ สายสีน้ำตาล แคราย-ลำสาลี ที่มีการปรับแบบร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย, โครงการ Missing Link สายสีแดง บางซื่อ-หัวลำโพง และ บางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก รวมถึงเส้นทางสายสีเงิน (บางนา-สุวรรณภูมิ) และสายสีเทา (วัชรพล-ทองหล่อ) ซึ่งล้วนเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปของระบบขนส่งมวลชนในปัจจุบัน
เจาะลึกโครงการไฮไลท์: สายสีน้ำตาลและ Missing Link
โครงการที่น่าจับตามองที่สุดคือสายสีน้ำตาล แคราย-ลำสาลี ซึ่งในอดีตติดปัญหาพื้นที่ก่อสร้างทับซ้อนกับโครงการทางด่วนสายเหนือ N2 ปัจจุบันทั้งการรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และการทางพิเศษฯ กำลังเร่งบูรณาการแบบก่อสร้างให้ลงตัว โดยเฉพาะบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และตลาดหัวมุม คาดว่าจะสามารถนำเสนอเข้าสู่บอร์ดบริหารได้ในช่วงปลายปี 2569
ในขณะที่โครงการ Missing Link สายสีแดง ก็ถือเป็นความสำเร็จที่ดึงกลับเข้ามาในแผนได้อีกครั้ง โดยจะมีการปรับปรุงสถานีราชวิถีใหม่เป็นสถานีรามาธิบดี พร้อมสร้างทางเดินเชื่อม (Skywalk) เข้าสู่โรงพยาบาลโดยตรง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและผู้ป่วยที่ต้องการเข้าถึงสถานพยาบาลได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
ก้าวต่อไปสู่การลงเสาเข็มและการให้บริการ
สำหรับไทม์ไลน์การดำเนินงานในช่วงปี 2569 ถึง 2572 จะเป็นช่วงเวลาของการเตรียมการ ทั้งเรื่องรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) การสรุปรูปแบบการร่วมลงทุนกับเอกชน และการขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ในช่วงปี 2573 ถึง 2574 จะเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดประมูลและเวรคืนที่ดิน ก่อนที่จะเริ่มตอกเสาเข็มก่อสร้างในปี 2574 ถึง 2575 ทำให้เราคาดการณ์ได้ว่าประชาชนจะได้เริ่มใช้บริการโครงข่ายใหม่กลุ่ม A2 ได้อย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2579 เป็นต้นไป
หัวใจสำคัญของ M-MAP2 คือการนำเอาระบบ Feeder หรือรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) และ Monorail มาใช้เป็นตัวเชื่อมต่อในระยะสั้น เพื่อให้โครงข่ายหลักที่มีอยู่เดิมสามารถส่งต่อผู้โดยสารเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสมบูรณ์ นี่คือความพยายามของภาครัฐในการอุดช่องโหว่และแก้ปัญหาเส้นทางขาดตอนที่สะสมมานาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองและปริมณฑลให้ดียิ่งขึ้นครับ
ที่มา : youtube channel UpFuture Channel
