เมื่อรถยนต์รุ่นใหม่เริ่มใหญ่เกินความจำเป็น
ในปัจจุบันเรามักจะเห็นเทรนด์ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ นั่นคือรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในแต่ละเจเนอเรชันมักจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น สูงขึ้น และหนักขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด ในมุมมองของผู้บริโภค นี่คือเรื่องที่ฟังดูดีและคุ้มค่า เพราะการได้รถที่ใหญ่ขึ้นหมายถึงพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางและความรู้สึกภูมิฐานที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเราลองพิจารณาในระยะยาว เทรนด์การขยายขนาดของรถยนต์ หรือที่เรียกว่า Car Spreading กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการใช้ชีวิตในเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผลกระทบต่อความปลอดภัยและสถิติที่น่าตกใจ
จากการศึกษาของ Transport and Environment (T&E) องค์กร NGO ด้านการขนส่งและพลังงานสะอาดในยุโรป ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า เทรนด์รถยนต์ที่โตไม่หยุดนี้อาจส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนเพิ่มขึ้นถึง 400 รายต่อปีภายในปี 2040 โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างคนเดินเท้าและผู้ขับขี่จักรยาน สาเหตุสำคัญมาจากความสูงของฝากระโปรงหน้าที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 7 เซนติเมตรในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดจุดบอดด้านหน้าตัวรถที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลให้ผู้ขับขี่มองไม่เห็นเด็กหรือผู้คนตัวเล็กที่ผ่านหน้าตัวรถ โดยความสูงของฝากระโปรงที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 10 เซนติเมตร จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตของคนเดินถนนสูงถึง 27 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
ปัญหาด้านกายภาพและการใช้พื้นที่ในเมือง
นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ขนาดที่ใหญ่ขึ้นของรถยนต์ยังสร้างปัญหาในการใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิม ไม่ว่าจะเป็นที่จอดรถในอาคารเก่าที่ถูกออกแบบมาสำหรับรถยนต์รุ่นเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ซึ่งมีความกว้างน้อยกว่ารถยนต์ปัจจุบันถึง 10 เซนติเมตร ทำให้การจอดรถหรือการเลี้ยวขึ้นอาคารกลายเป็นเรื่องยากลำบาก ในต่างประเทศหลายเมืองเริ่มตื่นตัวกับปัญหานี้ เช่น ในกรุงปารีสที่มีการจัดเก็บค่าจอดรถสำหรับรถ SUV ในอัตราที่สูงขึ้นถึง 3 เท่า เพื่อรณรงค์ให้ผู้คนลดการใช้รถยนต์ขนาดใหญ่ในเขตตัวเมือง
ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักและพลังงาน
อีกหนึ่งประเด็นที่น่ากังวลคือเมื่อตัวรถใหญ่ขึ้น น้ำหนักของรถก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ต้องแบกรับน้ำหนักของแบตเตอรี่ ส่งผลให้รถรุ่นเดียวกันในเวอร์ชัน EV อาจมีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปถึงครึ่งตัน การเพิ่มขึ้นของมวลรถไม่เพียงแต่ทำให้การใช้พลังงานสูงขึ้น แต่ยังส่งผลต่อแรงปะทะหากเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บทเรียนจากญี่ปุ่นกับวัฒนธรรมรถเล็ก
หากมองหาทางออก ญี่ปุ่นถือเป็นต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมขนาดรถยนต์ผ่านกลุ่มรถ Kei Car ที่จำกัดมิติและความแรงของเครื่องยนต์ให้เหมาะกับการใช้งานในเมืองที่ซับซ้อน โดยรัฐบาลญี่ปุ่นสนับสนุนผ่านการลดภาษีและค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากหลายประเทศที่ยังไม่มีมาตรการจูงใจให้คนหันมาใช้รถขนาดเล็ก การแก้ไขปัญหานี้อาจต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนนโยบายและทัศนคติของผู้ผลิตรถยนต์ที่ควรเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการทำรถให้มีขนาดที่เหมาะสมและปลอดภัยกับผู้ใช้ถนนร่วมกันมากขึ้น แทนที่จะแข่งกันขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเกินขอบเขตการใช้งานจริง
ที่มา : youtube channel spin9
