ชีวิตในอเมริกา 17 ปีกับการทำงานหลากหลายอาชีพ
การใช้ชีวิตในต่างแดน โดยเฉพาะประเทศที่มีการแข่งขันสูงอย่างสหรัฐอเมริกาเป็นเวลานานถึง 17 ปี ย่อมทำให้เกิดประสบการณ์ชีวิตที่สั่งสมมาอย่างมากมาย ผู้บรรยายได้ผ่านงานมาแล้วแทบทุกประเภทที่คนไทยในอเมริกาคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นงานร้านอาหาร การขับรถรับส่งผู้โดยสาร หรือแม้แต่การรับจ้างส่งของและซื้อของใช้ตามบ้าน นี่คือบทสรุปจากการลองผิดลองถูกเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพชัดเจนว่าแต่ละงานนั้นมีเนื้องานอย่างไร รายได้เป็นอย่างไร และสิ่งที่ได้รับกลับมานั้นคุ้มค่าเพียงใด
ในบทความนี้จะมุ่งเน้นไปที่งานในภาคบริการและการใช้ทักษะในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ส่วนงานสายเทคโนโลยีที่มีรายละเอียดซับซ้อนและต้องใช้ทักษะเฉพาะทางนั้น จะถูกแยกออกไปเป็นเนื้อหาในบทความถัดไป เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ละเอียดและนำไปปรับใช้ได้จริงมากที่สุดครับ
งานร้านอาหาร: โรงเรียนแห่งการเรียนรู้และการฝึกทักษะสังคม
งานแรกๆ ที่หลายคนเริ่มต้นเมื่อไปถึงอเมริกาคืองานร้านอาหาร ซึ่งมีรูปแบบร้านที่แตกต่างกันไปตั้งแต่ร้านเล็กๆ ไปจนถึงร้านขนาดใหญ่ที่เน้นมาตรฐานสูง ร้านขนาดเล็กมักให้ความรู้สึกที่เป็นกันเองมากกว่า ในขณะที่ร้านใหญ่จะมีความเคร่งครัดในเรื่องกฎระเบียบ เช่น การจัดวางแก้ว การเรียงช้อน หรือแม้แต่การเช็ดขวดน้ำให้ได้องศาที่เท่ากันทุกโต๊ะ สิ่งเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับพนักงานแล้วมันคือการฝึกฝนความละเอียดรอบคอบที่ต้องแลกมาด้วยความกดดันในระดับหนึ่ง
ข้อดีของการทำร้านอาหารคือการได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ทำให้เราได้เรียนรู้การรับมือกับลูกค้าหลากหลายประเภท ทั้งคนที่ใจดี คนที่เร่งรีบ หรือคนที่มีอารมณ์ไม่ดี การเข้าใจว่าลูกค้าเหล่านั้นไม่ได้โกรธเราเป็นการส่วนตัว แต่เขามีวันที่ไม่ดีมา ทำให้เรามีทัศนคติที่ใจเย็นขึ้น นอกจากนี้ การทำงานในร้านอาหารยังสอนให้รู้ว่าพนักงานบริการที่ดีไม่ใช่แค่คนที่จดออเดอร์เก่ง แต่คือคนที่สังเกตเห็นความต้องการของลูกค้าก่อนที่เขาจะร้องขอ
การทำงานเป็นทีมคือหัวใจสำคัญ
งานร้านอาหารไม่ใช่งานฉายเดี่ยว แต่เป็นงานที่ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ การแบ่งงานกันทำ การรู้จักเก็บงานในส่วนของตนเองเพื่อช่วยเหลือคนอื่น และการรักษาบรรยากาศที่ดีในทีม คือปัจจัยที่ทำให้การทำงานผ่านไปได้อย่างมีความสุข แม้ว่าวันหยุดสุดสัปดาห์ซึ่งเป็นวันทำเงินของร้านจะทำให้เราเสียโอกาสในการพักผ่อนหรือใช้เวลาส่วนตัวไปบ้าง แต่การได้เห็นความสุขของลูกค้าที่มาใช้บริการก็เป็นสิ่งหนึ่งที่คุ้มค่า
สำหรับรายได้ในงานร้านอาหาร ร้านขนาดเล็กจะมีรายได้ต่อวันอยู่ที่ประมาณ 80 ถึง 220 เหรียญ ในขณะที่ร้านขนาดใหญ่ที่มีจำนวนลูกค้าหมุนเวียนเยอะกว่า อาจทำรายได้สูงสุดถึง 380 เหรียญต่อวัน นอกจากนี้ตำแหน่งโฮส (Host) ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีรายได้ประมาณ 15-20 เหรียญต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่ต้องการสร้างฐานะในอเมริกา
งานสาย Gig Economy: อิสระที่มาพร้อมความรับผิดชอบ
งานในรูปแบบการขับรถรับส่งผู้โดยสาร หรือการจัดส่งสินค้า เช่น Uber, Lyft, DoorDash และ Instacart เป็นงานที่มีความแตกต่างจากร้านอาหารอย่างสิ้นเชิง เพราะงานเหล่านี้เน้นความคล่องตัวและอิสระเป็นหลัก ผู้บรรยายให้ความเห็นว่าช่วงโควิดเป็นช่วงที่งานเหล่านี้บูมมาก เพราะผู้คนต้องการความสะดวกสบายและหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอก ทำให้รายได้ในช่วงนั้นค่อนข้างดีมาก
อิสระคือจุดเด่นของงานนี้ คุณสามารถเปิดแอปเพื่อทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ และปิดเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีหัวหน้าคอยตามงาน แต่ความอิสระนั้นต้องแลกมาด้วยข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ปัญหาเรื่องการหาห้องน้ำในระหว่างการทำงาน การไม่สามารถรับประทานอาหารในรถได้เนื่องจากกลิ่นที่อาจติดเบาะ และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความปลอดภัย
ความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่ต้องคำนึงถึง
การทำงานขับรถรับส่งผู้โดยสารมีความเสี่ยงที่คาดไม่ถึง เช่น ประสบการณ์การโดนขโมยกระเป๋าตังค์จากผู้โดยสารที่ดูเหมือนปกติ แต่กลับอาศัยจังหวะที่เราไม่ระวังในการหยิบฉวยสิ่งของไป สิ่งนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญมากว่าความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย การมีกล้องติดรถยนต์จึงเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างยิ่งในการป้องกันและบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษารถยนต์เป็นสิ่งที่หลายคนมักมองข้าม เช่น ค่ายาง ค่าถ่ายน้ำมันเครื่อง และค่าซ่อมบำรุงตามระยะทางที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นรายได้ที่เห็นในแอปจึงไม่ใช่กำไรสุทธิทั้งหมด ต้องหักค่าใช้จ่ายส่วนนี้ออกด้วยเพื่อให้เห็นรายได้ที่แท้จริง สำหรับการเปรียบเทียบระหว่าง Uber และ Lyft นั้น ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นและช่วงเวลาที่แต่ละแอปเสนอให้
สรุปการเลือกว่างานไหนเหมาะกับใคร
หากถามว่างานไหนทำเงินได้เร็วกว่ากัน คำตอบคือร้านอาหารยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการรายได้ที่แน่นอนและมั่นคง แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีงานประจำอยู่แล้วและต้องการหารายได้เสริมในเวลาว่าง งานในกลุ่ม Gig Economy อย่าง DoorDash หรือ Instacart จะตอบโจทย์ได้มากกว่า เพราะคุณสามารถจัดการเวลาได้ยืดหยุ่น
การเลือกทำงานในอเมริกาไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่เรื่องรายได้เท่านั้น แต่ต้องดูถึงความสุข ความอดทน และเป้าหมายของแต่ละบุคคลด้วยครับ งานทุกงานมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน การได้ลองสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลายจะทำให้เราเข้าใจโลกของการทำงานมากขึ้น และสามารถเลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับชีวิตของเราได้ดีที่สุด
ที่มา : youtube channel Dear Pora
