วิกฤตของผู้ประกอบการไทยในยุคแพลตฟอร์มต่างชาติ
ในยุคที่การค้าขายออนไลน์กลายเป็นช่องทางหลักในการทำธุรกิจ ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่น่ากังวล เมื่อการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มต่างชาติยักษ์ใหญ่กลับไม่เหลือผลกำไรอย่างที่คาดหวัง ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการยิงโฆษณา (Ad Spend) ค่าธรรมเนียม GP (Gross Profit) และค่าขนส่ง ทำให้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลไม่ได้หมุนเวียนอยู่ในประเทศ แต่กลับไหลออกสู่ต่างประเทศเกือบทั้งหมด
ปัญหาที่สำคัญยิ่งกว่าคือการที่ผู้ประกอบการสูญเสียอำนาจต่อรองและเข้าไม่ถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า (Data) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกเก็บไว้โดยแพลตฟอร์มต่างชาติ ทำให้การวางแผนกลยุทธ์การตลาดในระยะยาวเป็นเรื่องยากลำบาก นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดความเสียเปรียบทางเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างรุนแรง
ผู้บรรยายได้สะท้อนให้เห็นถึง Pain Point ที่ชัดเจนว่า เมื่อผู้ประกอบการพยายามขายของ แต่ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงลิ่ว ทั้งค่าภาษีและค่า GP ที่ถูกหักออกไป ทำให้กำไรแทบไม่เหลือ หรือบางรายอาจถึงขั้นขาดทุนจนไม่สามารถทำธุรกิจต่อได้ สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อตัวบุคคล แต่ยังส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจไทยที่ขาดการหมุนเวียนของเงินทุนในระบบท้องถิ่นอย่างที่ควรจะเป็น
สัญญาณเตือนจากตลาด: เมื่อการแข่งขันเข้าสู่ทางตัน
สถานการณ์แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากอดีตที่แพลตฟอร์มเจ้าใหญ่ๆ เคยแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาด แต่ในปัจจุบันการแข่งขันเริ่มมีความสงบลงในเชิงการตลาด แต่กลับเกิดปัญหาที่ซ่อนอยู่ใต้พรม นั่นคือความไม่พอใจของทั้งร้านค้าและลูกค้า
ลูกค้าที่ซื้อของผ่านแพลตฟอร์มอาจได้รับสินค้าที่ไม่มีคุณภาพแม้จะได้ราคาถูก หรือใช้โค้ดส่วนลดต่างๆ สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าโครงสร้างปัจจุบันเริ่มมีปัญหา ลูกค้าไม่สบายใจ ร้านค้าก็อยู่ไม่ได้ เพราะการมุ่งเน้นแต่ยอดขายแต่ไม่เน้นคุณภาพของสินค้าและบริการ ทำให้ Ecosystem ของการซื้อขายออนไลน์ในไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่น
จากประสบการณ์ของผู้บรรยายในฐานะนักการตลาดดิจิทัลที่คลุกคลีกับอินเทอร์เน็ตมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน เสียงสะท้อนเหล่านี้เริ่มดังขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงกลางปีที่ผ่านมา คำพูดที่ว่าขายของแล้วไม่เหลือกำไรเพราะถูกหักต้นทุนทุกทางกลายเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป นี่คือจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการสร้างทางเลือกใหม่ให้กับตลาด
การถือกำเนิดของแพลตฟอร์มคนไทย: ความพยายามที่จะเป็นทางเลือกใหม่
ด้วยประสบการณ์ที่เคยถูกแพลตฟอร์มต่างชาติแบนโดยไม่มีโอกาสโต้แย้ง ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์จากการทำ Amazon, การทำเพจฟุตบอลภาค หรือแม้แต่การถูกแบนบัญชี TikTok และ Facebook ทำให้ผู้บรรยายตระหนักถึงความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับคนไทย จึงตัดสินใจสร้างแพลตฟอร์มใหม่ขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกที่เป็นธรรมให้กับคนไทย
จุดเด่นที่สุดของแพลตฟอร์มนี้คือการเป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการสามารถสื่อสารกับเจ้าของแพลตฟอร์มได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านระบบอัตโนมัติที่เย็นชาหรือการแบนที่ไร้เหตุผล ทุกอย่างตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจคนไทย เข้าใจวิถีการค้าขาย และความตั้งใจที่จะเติบโตไปพร้อมๆ กัน ไม่ใช่การที่แพลตฟอร์มรวยแต่ร้านค้าตาย
แพลตฟอร์มนี้ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างความเป็นธรรม โดยมีการประกาศโครงสร้างค่า GP และค่าธรรมเนียมที่ชัดเจน ไม่มีการหมกเม็ด ไม่มีการเรียกเก็บค่าการตลาดแอบแฝง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการเงินในระยะยาวได้อย่างแม่นยำและยั่งยืน เพราะเมื่อภาระต้นทุนลดลง ผู้ประกอบการจะมีเงินไปพัฒนาแบรนด์และสเกลธุรกิจของตนเองได้ง่ายขึ้น
สร้างความเชื่อมั่นด้วยการสร้างแบรนด์ (Branding)
หัวใจสำคัญของความสำเร็จคือการสร้าง Trust (ความเชื่อมั่น) ซึ่งผู้บรรยายย้ำเสมอว่า แบรนด์คือทุกอย่าง การที่ลูกค้าจะกล้าซื้อของในแพลตฟอร์มใหม่ได้นั้น ต้องมีการการันตีคุณภาพสินค้าอย่างจริงจัง มีทีมตรวจสอบของปลอม และระบบที่เอื้อต่อการคัดกรองสินค้าคุณภาพ
การทำแพลตฟอร์มในมุมมองนี้ไม่ใช่การเบิร์นเงินเพื่อเอาชนะคู่แข่งด้วยการลดราคา แต่เป็นการสร้างทางเลือกที่ยั่งยืน โดยเน้นไปที่การสร้างระบบที่ยุติธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งลูกค้าและร้านค้า สำหรับผู้ซื้อ แพลตฟอร์มนี้ต้องเท่ากับของแท้และคุณภาพดี ส่วนผู้ขายก็ต้องได้กำไรและมีความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนเปิดตัว 'ไทย Academy' เพื่อจัดสัมมนาและอบรมผู้ประกอบการให้เปลี่ยน Mindset จากการขายสินค้าทั่วไปมาเป็นการสร้างแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้สินค้าไทยสู้กับสินค้านำเข้าจากต่างชาติได้อย่างยั่งยืน ดังตัวอย่างแบรนด์ทิชชู่ชื่อดังที่สามารถก้าวขึ้นมาทำยอดขายหลักพันล้านได้ด้วยฝีมือคนไทย
อนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย: การเติบโตที่ยั่งยืน
เป้าหมายสุดท้ายของแพลตฟอร์มนี้ไม่ใช่การผูกขาด แต่คือการเป็นแรงกระตุ้นให้ตลาดมีการแข่งขันที่ยุติธรรม เมื่อมีทางเลือกใหม่เกิดขึ้น เจ้าตลาดเดิมก็อาจต้องปรับตัวลงมาแข่งขันด้วยกติกาที่แฟร์ขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดก็คือผู้บริโภคและผู้ประกอบการไทยเอง
แม้ในตอนนี้แพลตฟอร์มจะยังอยู่ในช่วงของการทดสอบ (Prototype) และรับฟีดแบคจากผู้ใช้งานเพื่อปรับปรุงระบบให้พร้อมที่สุด แต่ก็นับว่าได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นด้วยจำนวนร้านค้าที่สมัครเข้ามาจำนวนมาก นี่คือหลักฐานว่าคนไทยพร้อมที่จะสนับสนุนแพลตฟอร์มที่เข้าใจพวกเขาจริงๆ
การสร้างธุรกิจในยุคใหม่ต้องอาศัยทั้งความจริงใจและการวางแผนที่รัดกุม การที่คนไทยสามารถเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มที่เข้มแข็งได้ จะช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ในประเทศ เกิดการจ้างงาน และทำให้เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ นี่คือพันธกิจที่มากกว่าแค่การขายของ แต่คือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับผู้ประกอบการรุ่นต่อไป
ที่มา : youtube channel TODAY Bizview
