ภาพรวมตลาดหุ้นไทยและการปรับตัวของดัชนี
ในสัปดาห์นี้ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) มีการเคลื่อนไหวในทิศทาง Sideway Up แม้ภาพรวมจะดูดีขึ้น แต่หากวิเคราะห์เจาะลึกจะพบว่าดัชนีมีการปรับตัวขึ้นโดยอาศัยแรงหนุนจากหุ้นเพียงตัวเดียวคือ DELTA ซึ่งมีผลต่อดัชนีอย่างมีนัยสำคัญ หากตัดหุ้นตัวนี้ออกไป ดัชนีอาจติดลบได้ถึง 5 จุด สะท้อนให้เห็นว่าฐานของตลาดในปัจจุบันยังมีความเปราะบางและยังไม่มั่นคงเพียงพอที่จะทะลุแนวต้าน 1,630 จุดเพื่อเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่ได้โดยง่าย
ปัจจัยที่นักลงทุนควรเฝ้าระวังคือการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในช่วงกลางสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ซึ่งตามสถิติในอดีตมักจะเกิดปรากฏการณ์ Sell on Fact หรือแรงเทขายหลังประกาศงบ ดังนั้น กลยุทธ์ในช่วงนี้จึงเน้นการแกว่งตัวออกข้างมากกว่าการปรับตัวขึ้นแรงๆ
ความแข็งแกร่งของกำไรบริษัทจดทะเบียน
แม้ตลาดจะดูมีความเสี่ยง แต่เมื่อเทียบกับภูมิภาคเอเชีย หุ้นไทยยังคงแสดงความแข็งแกร่งและ Outperform ได้ดีกว่าหลายประเทศ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ปัจจัยสนับสนุนหลักคือการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (Earnings Per Share) ของบริษัทจดทะเบียนไทยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 101 บาท มาอยู่ที่ 104 บาท ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยพยุงภาพรวมตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง
เจาะลึกหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มการเงิน
กลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มน้ำมันและโรงกลั่น กลายเป็นพระเอกที่เข้ามาช่วยพยุงกำไรรวมของตลาด หลังจากที่นักลงทุนเคยมีความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ แต่ผลประกอบการจริงกลับออกมาแข็งแกร่งเกินคาด สำหรับกลุ่มค้าปลีก แม้จะมีมาตรการจากภาครัฐเข้ามาหนุน แต่เป็นเพียงผลบวกทางอ้อมและอาจไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงเท่าที่ควร
ในขณะที่กลุ่มไฟแนนซ์ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวก โดยเฉพาะหุ้น MTC ที่คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิจะสามารถทำ All-time High ได้ต่อเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนมากขึ้น รวมถึงจิตวิทยาเชิงบวกจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ย
กลยุทธ์การลงทุน Selective Buy
สำหรับแนวทางการลงทุนในสัปดาห์นี้ ผมแนะนำกลยุทธ์ Selective Buy หรือการเลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ได้แก่ 1. PTT ที่ได้แรงหนุนจากกำไรไตรมาส 2 ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 34,000-50,000 ล้านบาท และราคาน้ำมันดิบที่มีโมเมนตัมฟื้นตัว 2. MTC ที่ยังคงเป็นหุ้นเด่นต่อเนื่องจากความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่ง
สำหรับประเด็นกลุ่ม Data Center ที่มีการคุมเข้มกฎเกณฑ์ แม้จะดูเป็นลบในระยะสั้น แต่ในระยะกลางถึงยาว ผมมองว่าเป็นผลดีต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทย เพราะจะช่วยให้เกิดการลงทุนที่มีคุณภาพและเกิดการจ้างงานผู้ประกอบการภายในประเทศมากขึ้น ถือเป็นการยอมเจ็บในระยะสั้นเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต
ที่มา : youtube channel TNN
