3 ข้อผิดพลาดทางการเงินที่คุณควรหยุดทำทันที
ปัญหาหนี้สินในประเทศไทยกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนจำนวนมาก ไม่ว่าจะมีรายได้ระดับใดก็ตาม จากการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน พบว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายและทัศนคติทางการเงินของคนไทยได้เปลี่ยนไปอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะการมีหนี้ที่เพิ่มขึ้นแม้ในกลุ่มที่มีรายได้สูงถึง 80,000 บาทบวกลบ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการเงินไม่ได้เกิดจากรายได้น้อยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปตามกระแสโซเชียลมีเดีย
ปัญหาหลัก 3 ประการที่ทำให้หลายคนไม่สามารถรอดพ้นจากกับดักทางการเงินได้ คือ 1. การใช้จ่ายตามมาตรฐานของคนอื่น หรือการใช้จ่ายโดยไม่ได้ดูฐานรายได้ที่แท้จริงของตนเอง โดยเฉพาะการตามรีวิวในโซเชียลมีเดียที่ทำให้เกิดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น 2. การสร้างหนี้เพื่อซื้อความสุขในวันนี้โดยไม่คำนึงถึงภาระระยะยาว และ 3. ภัยจากมิจฉาชีพและการพนันออนไลน์ที่แฝงมาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่และน่ากลัวมากสำหรับคนยุคปัจจุบัน
กับดัก Buy Now Pay Later และการผ่อนป๊อปคอร์น
ในปัจจุบันเราเห็นพฤติกรรมที่น่ากังวลคือการซื้อของชิ้นเล็กๆ ด้วยการผ่อนชำระ การผ่อน 0% หรือการใช้บริการ Buy Now Pay Later ซึ่งร้ายกาจกว่าบัตรเครดิตเพราะเข้าถึงง่ายกว่ามาก ผู้บรรยายยกตัวอย่างเคสที่ตลกแต่สะท้อนภาพความเป็นจริงได้ชัดเจน คือการผ่อนป๊อปคอร์นราคา 160 บาทเป็นเวลา 5 เดือน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวินัยทางการเงินที่หย่อนยาน และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือข้อมูลการชำระเหล่านี้เริ่มถูกนำเข้าสู่ระบบเครดิตบูโรแล้ว การผิดนัดชำระหนี้เพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อการกู้ซื้อบ้านหรือรถในอนาคต
ความสำคัญของเครดิตสกอร์และการวางแผนหนี้
ธนาคารเริ่มนำเครดิตสกอร์มาใช้ในการประเมินความเสี่ยงและกำหนดอัตราดอกเบี้ย หากคุณเป็นผู้ที่มีวินัยทางการเงินดี จ่ายตรงเวลา และไม่มีประวัติการใช้สินเชื่อฟุ่มเฟือย คุณจะมีเครดิตสกอร์ระดับดี ซึ่งอาจทำให้ได้ดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลที่ถูกลงเหลือเพียง 12% แทนที่จะเป็น 25% ดังนั้นการรักษาวินัยในการชำระหนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความมั่งคั่ง
หนี้สหกรณ์และระเบิดเวลาทางการเงิน
หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามอง เพราะหลายแห่งยังไม่ได้ส่งข้อมูลเข้าเครดิตบูโร ทำให้คนที่มีหนี้บัตรเครดิตหรือหนี้บ้านเต็มเพดานแล้ว ยังสามารถกู้หนี้สหกรณ์เพิ่มได้ ซึ่งกลายเป็นระเบิดเวลาทางการเงินที่ทำให้หลายคนต้องพึ่งพานอกระบบในที่สุด ผู้บรรยายย้ำว่าการมีวินัยและการวางแผนสำคัญกว่าการพยายามหาช่องทางกู้ยืมเพื่อนำมาโปะหนี้เก่า เพราะถ้าพฤติกรรมการใช้จ่ายไม่เปลี่ยน หนี้จะกลับมาพอกพูนเหมือนเดิม
คำแนะนำสำหรับการรอดในยุคเศรษฐกิจท้าทาย
สำหรับการวางแผนอนาคต ผู้บรรยายแนะนำให้เปลี่ยนสมการความคิด แทนที่จะตั้งคำถามว่าเงินเดือนเท่านี้จะใช้ยังไงให้พอ ให้เปลี่ยนเป็นคำถามว่าเราต้องหาเงินเท่าไหร่ถึงจะได้ใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ หากยังไปไม่ถึงเป้าหมาย หน้าที่ของเราคือการเพิ่มทักษะเพื่อเพิ่มรายได้ ไม่ใช่การบีบค่าใช้จ่ายให้ตึงจนเกินไป และที่สำคัญที่สุดคือการไม่ซื้ออนาคต เช่นการกู้เงินเพื่อจัดงานแต่งงานหรือซื้อสินทรัพย์เกินตัว เพราะชีวิตหลังอายุ 40 ปีคือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการวัดความสำเร็จทางการเงิน
ที่มา : youtube channel Paul Pattarapon พอล ภัทรพล
