Napoli เมืองที่เหมือนไทยจนคุณต้องทึ่ง
หลายคนอาจเคยได้ยินว่าอิตาลีเป็นประเทศที่มีความคล้ายคลึงกับเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในหลายมิติ ทั้งในเรื่องของวิถีชีวิต ความผูกพันของครอบครัว และบรรยากาศชุมชนที่อบอุ่น แต่ใครจะเชื่อว่ามีเมืองหนึ่งในอิตาลีที่ถูกยกให้เป็นเมืองที่เหมือนประเทศไทยมากที่สุด นั่นคือเมืองนาโปลี หรือ เนเปิลส์ นั่นเอง จากการสังเกตการณ์ของผู้บรรยาย พบว่าตั้งแต่การจราจรที่มีมอเตอร์ไซค์ขวักไขว่ไปมา การมีบริการเช็ดกระจกตามสี่แยก ไปจนถึงวิถีการกินที่เน้นความง่ายและรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ชวนให้นึกถึงกรุงเทพมหานครอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากบรรยากาศบนท้องถนนแล้ว สิ่งที่น่าประทับใจคือวัฒนธรรมความเชื่อที่คล้ายคลึงกันอย่างไม่น่าเชื่อ ชาวนาโปลีมีศาลขนาดเล็กที่ตั้งอยู่หน้าบ้านคล้ายกับศาลพระภูมิในไทย ซึ่งใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้าน รวมถึงความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลัง อย่าง พริกแดง (Cornicello) ที่ชาวเมืองเชื่อว่าจะช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายและนำพาโชคลาภมาให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปตามร้านค้าและในชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่น
จุดกำเนิดของพิซซ่าและตำนานแห่งความกล้าหาญ
นาโปลีไม่ได้เป็นเพียงแค่เมืองที่มีบรรยากาศคล้ายไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นกำเนิดของพิซซ่าโลกอีกด้วย ในอดีตพิซซ่าคืออาหารของคนยากจนที่ต้องการความอิ่มท้องและราคาประหยัด ก่อนจะพัฒนามาเป็นเมนูระดับโลก ร้านพิซซ่าระดับตำนานอย่าง Gino Sorbillo ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเล เป็นหนึ่งในร้านที่โด่งดังที่สุด ไม่ใช่แค่เพราะความอร่อย แต่เพราะเรื่องราวความกล้าหาญของเจ้าของร้านที่ยืนหยัดต่อสู้กับกลุ่มมาเฟียท้องถิ่นจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความหวังและกำลังใจของชาวเมือง
นอกจากร้านนี้แล้ว เมืองนี้ยังมี Antica Pizzeria Port Alba ซึ่งถือเป็นร้านพิซซ่าแห่งแรกของโลกที่เปิดให้บริการในรูปแบบร้านอาหารอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1830 ทำให้การเดินทางมาที่นี่เปรียบเสมือนการได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสรากเหง้าของเมนูโปรดระดับโลกอย่างแท้จริง
วัฒนธรรมความเชื่อและชีวิตที่เรียบง่าย
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือถนน San Gregorio Armeno หรือที่รู้จักกันในชื่อถนนคริสต์มาส ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าขายเครื่องรางและของที่ระลึกคล้ายกับตลาดสำเพ็งในไทย ผู้คนที่นี่มีความเชื่อเรื่องตัวเลขและการทำนายฝันผ่านหนังสือที่เรียกว่า La Smorphia ซึ่งมีรูปแบบการตีเลขเด็ดจากความฝันไม่ต่างจากชาวไทยเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นตัวละคร Pulcinella ที่ผู้คนนิยมมาลูบจมูกเพื่อขอพรและปัดเป่าโชคร้าย ถือเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้เมืองนี้ดูมีความใกล้ชิดและเข้าถึงง่ายสำหรับคนไทย
ในส่วนของชีวิตประจำวัน ชาวเมืองนาโปลีมีนิสัยรักสนุก รักครอบครัว และให้ความสำคัญกับการกินเป็นอย่างยิ่ง คำทักทายที่ว่า Ai manjato หรือแปลว่า กินข้าวหรือยัง เป็นคำพูดที่ติดปากไม่ต่างจากคนไทยเลย บรรยากาศของชุมชนที่นี่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา การใช้ชีวิตที่เรื่อยๆ สบายๆ ไม่รีบร้อน ซึ่งสอดคล้องกับคติประจำใจของคนอิตาลีที่เรียกว่า Il Dolce far Niente หรือความสุขในการไม่ทำอะไรเลย
สถาปัตยกรรมและมนต์เสน่ห์ของเมืองเก่า
ถนน Spaccanapoli ที่ตัดผ่านใจกลางเมืองเก่า คือเส้นทางที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ เปรียบได้กับถนนเจริญกรุงของไทยที่เป็นถนนสายแรกที่ตัดผ่านย่านเมืองเก่า บรรยากาศบนถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยร้านอาหารท้องถิ่น โบสถ์เก่าแก่ และกราฟฟิตี้ที่บอกเล่าเรื่องราวของเมือง ทั้งหมดนี้หลอมรวมกันเป็นภาพลักษณ์ของเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและมีชีวิตชีวาอย่างเหลือเชื่อ
การเดินทางในนาโปลีจะสะดวกยิ่งขึ้นหากมีเครื่องมือที่ช่วยจัดการเรื่องการเงิน เช่น บัตร YouTrip ที่สามารถใช้รูดจ่ายได้เกือบทุกที่ ตั้งแต่ร้านค้าขนาดเล็กไปจนถึงร้านอาหารชื่อดัง ทำให้หมดกังวลเรื่องการแลกเงินสดหรือการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยน ช่วยให้การท่องเที่ยวในเมืองที่แสนวุ่นวายแต่น่าหลงใหลแห่งนี้เป็นเรื่องง่ายและสนุกสนานมากขึ้น
ที่มา : youtube channel Go Went Go
