จากผู้ครองตลาดสู่อดีตที่ถูกลืม
ในยุคหนึ่ง LG เคยเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยมียอดขายสูงถึง 120 ล้านเครื่องต่อปี แต่ใครจะเชื่อว่าในปี 2021 แบรนด์ยักษ์ใหญ่นี้ต้องตัดสินใจถอนตัวออกจากธุรกิจสมาร์ทโฟนอย่างถาวร หลังจากแบกรับภาระขาดทุนต่อเนื่องยาวนานถึง 23 ไตรมาส คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งปี ผู้บริหารยังประกาศอย่างมั่นใจว่าธุรกิจมือถือของ LG จะกลับมาทำกำไรได้ในปี 2021
รากฐานแห่งนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลก
หลายคนอาจไม่ทราบว่าสมาร์ทโฟนที่เราใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันมีฟีเจอร์พื้นฐานหลายอย่างที่ LG เป็นผู้บุกเบิกคนแรกของโลก ตั้งแต่กล้องหลังคู่ กล้องมุมกว้างพิเศษ ไปจนถึงหน้าจอความละเอียดสูงระดับ QHD รวมถึงนวัตกรรมที่ล้ำสมัยอย่างสมาร์ทโฟนแบบโมดูลาร์ หน้าจอที่ยืดขยายได้ หรือแม้แต่โทรศัพท์รูปตัว T และที่สำคัญที่สุดคือการเป็นผู้ริเริ่มใช้หน้าจอสัมผัสแบบ capacitive ที่ไม่ต้องใช้ปากกาสไตลัสมาก่อนที่ iPhone จะเปิดตัวเสียอีก แบรนด์นี้ถือเป็นผู้นำด้านฮาร์ดแวร์ที่กล้าทดลองเทคโนโลยีใหม่ๆ ก่อนใครเสมอ
สามความผิดพลาดที่เป็นกับดักทางธุรกิจ
แม้จะเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ แต่ LG กลับพลาดซ้ำซากในสามประเด็นสำคัญ ประการแรกคือการยึดติดกับฮาร์ดแวร์มากเกินไป (Hardware-first) โดยมุ่งเน้นการใส่ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ล้ำสมัยแต่ยังไม่เสถียร ทำให้เกิดปัญหาทางเทคนิคบ่อยครั้ง เช่น อาการเครื่องค้างหรือปัญหาซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าสินค้าเปรียบเสมือนของที่ถูกทอดทิ้งทันทีที่รุ่นใหม่วางจำหน่าย
ประการที่สองคือความล้มเหลวในด้านการตลาดและการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ แม้โทรศัพท์จะมีฟีเจอร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ LG กลับขาดทิศทางในการทำแบรนดิ้งที่ชัดเจน ชื่อรุ่นที่ซับซ้อนและเปลี่ยนไปมาทำให้ผู้บริโภคเข้าไม่ถึงและไม่จดจำแบรนด์ ต่างจากคู่แข่งอย่าง Apple หรือ Samsung ที่สร้างภาพลักษณ์ให้เป็นที่ต้องการได้อย่างชัดเจน
ประการสุดท้ายคือการขาดผลิตภัณฑ์ที่เป็น Cash Cow หรือสินค้าหลักที่ทำกำไรได้อย่างมั่นคงเพื่อสนับสนุนการทดลองนวัตกรรมใหม่ๆ บริษัทไม่มีสมาร์ทโฟนรุ่นแมสที่ขายดีถล่มทลายมาช่วยพยุงค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่สูงลิ่ว ทำให้ทุกครั้งที่ออกนวัตกรรมใหม่ LG ต้องแบกรับความเสี่ยงทางการเงินอย่างหนักหน่วงจนส่งผลกระทบต่อภาพรวมของบริษัท
จุดสิ้นสุดและการเริ่มต้นใหม่
เมื่อเข้าสู่ปี 2021 LG ตัดสินใจประกาศยุติบทบาทในตลาดสมาร์ทโฟนอย่างเป็นทางการ ซึ่งในทันทีที่ข่าวนี้ปรากฏ ราคาหุ้นของบริษัทกลับพุ่งสูงขึ้นถึง 12 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนมองว่าการตัดส่วนที่ขาดทุนทิ้งคือทางรอดที่ดีที่สุด การตัดสินใจนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงของวงการเทคโนโลยีที่พิสูจน์ว่า การเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการอยู่รอดในตลาดที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสูง หากปราศจากการบริหารจัดการธุรกิจและการตลาดที่แม่นยำ ทุกนวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่ก็อาจกลายเป็นเพียงตำนานที่ถูกลืมได้ในที่สุด
ที่มา : youtube channel Logically Answered
