การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในมุมมองระดับโลก
เป็นเวลานานที่สหรัฐอเมริกาครองความได้เปรียบในแง่ของอำนาจอ่อน หรือ Soft Power มาโดยตลอด แต่ผลการศึกษาล่าสุดจาก Pew Research Center ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยชื่อดังของสหรัฐฯ ได้ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา โดยข้อมูลระบุว่าจาก 36 ประเทศที่ทำการสำรวจ มีถึง 25 ประเทศที่แสดงท่าทีสนับสนุนจีนมากกว่าสหรัฐฯ ในขณะที่มีเพียง 6 ประเทศเท่านั้นที่ยังคงเอนเอียงไปทางสหรัฐฯ มากกว่า สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าภาพลักษณ์ของสองมหาอำนาจกำลังอยู่ในช่วงปรับสมดุลครั้งใหญ่
ปัจจัยเบื้องหลังความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นของจีน
สาเหตุหลักที่หลายประเทศเริ่มหันมามองจีนในแง่บวกมากขึ้นไม่ได้มาจากเรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลจีนที่พยายามปรับปรุงภาพลักษณ์ในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นการเน้นย้ำถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ หรือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น รถไฟความเร็วสูงในอินโดนีเซีย ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก นอกจากนี้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์ ยังเป็นปัจจัยดึงดูดใจที่ทำให้คนทั่วโลกมองเห็นถึงความทันสมัยที่จับต้องได้จริง
บทบาทของผู้นำและนโยบายต่างประเทศ
นโยบายของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการใช้มาตรการภาษีและการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่แข็งกร้าว กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้คะแนนความเชื่อมั่นของสหรัฐฯ ลดน้อยลงในสายตาของหลายประเทศ ในทางกลับกัน จีนพยายามวางตัวเป็นรัฐบุรุษที่มีความรับผิดชอบและเป็นนักแสดงที่มีเหตุผลในเวทีโลก ทำให้หลายประเทศรู้สึกว่าจีนจะเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของตนน้อยกว่าสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมุมมองที่ฝังรากลึกในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางและประเทศกำลังพัฒนา
อิทธิพลของเทคโนโลยีและการสื่อสารแบบใหม่
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือความเชี่ยวชาญในการทำสื่อโซเชียลมีเดีย จีนมีการผลิตเนื้อหาที่นำเสนอความเจริญของเมือง เช่น ฉงชิ่ง ผ่านวิดีโอสั้นที่มีความน่าสนใจสูง ซึ่งเข้าถึงผู้คนทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่สินค้าจีนเริ่มมีคุณภาพสูงขึ้นและราคาเข้าถึงได้ ทำให้กำแพงความรู้สึกด้านลบในอดีตเริ่มจางหายไป ดังจะเห็นได้จากการที่ชาวยุโรปหันมาเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศจากจีนมากขึ้นในช่วงวิกฤตคลื่นความร้อน
ข้อควรระวังและความซับซ้อนของข้อมูล
แม้ผลสำรวจจะดูเหมือนว่าจีนได้เปรียบ แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นในประเทศที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับสหรัฐฯ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ ซึ่งยังคงมีความระแวดระวังจีนสูงเนื่องจากความขัดแย้งทางดินแดนและปัญหาความมั่นคง นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังตั้งข้อสังเกตถึงกิจกรรมบนโลกออนไลน์ที่อาจมีการประสานงานเพื่อผลักดันกระแสสนับสนุนจีน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่ไปกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่แท้จริงของจีนด้วย
บทสรุปและอนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
แนวโน้มนี้อาจไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงระยะยาวที่จีนเริ่มมีภาพลักษณ์ที่จับต้องได้และมีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกนึกคิดของผู้คนทั่วโลกยังคงผันแปรตามนโยบายของผู้นำแต่ละยุคสมัย ซึ่งต้องจับตาดูกันต่อไปว่า สหรัฐฯ จะสามารถเรียกคืนคะแนนนิยมกลับมาได้หรือไม่เมื่อมีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลในอนาคต
ที่มา : youtube channel BBC World Service
