ขั้นตอนการลาออกอย่างเป็นมืออาชีพ
การลาออกไม่ใช่เพียงการเดินไปบอกหัวหน้าแล้วหายตัวไปเหมือนนินจา แต่คือการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสถานะในหน้าที่การงานให้มีเกียรติและถูกต้องตามระบบ ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือการแจ้งหัวหน้างานโดยตรงด้วยการพูดคุยสนทนา ตามด้วยการแจ้งฝ่ายบุคคลหรือ HR เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ การแจ้งควรเน้นที่การพูดคุยแบบเปิดใจ ซึ่งอาจทำผ่านการนัดคุยแบบเป็นทางการ หรือส่งอีเมลอย่างเป็นทางการหากยังไม่มีโอกาสได้พบตัว เพื่อให้สามารถคำนวณวันทำงานวันสุดท้ายได้อย่างถูกต้องตามสัญญาจ้าง
การคำนวณวันทำงานสุดท้ายและสิทธิประโยชน์
สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องเช็คให้ละเอียดคือ Notice Period หรือระยะเวลาการแจ้งลาออกล่วงหน้าที่ระบุไว้ในสัญญาจ้าง หากสัญญาตกลงไว้ 30 วัน ก็ต้องปฏิบัติตามนั้น หรือหากเป็นระดับบริหารอาจต้องแจ้งล่วงหน้า 60 วัน การคำนวณวันทำงานสุดท้ายต้องนำวันลาหยุดที่เหลือมาคำนวณร่วมด้วย ซึ่งในกรณีที่บริษัทไม่อนุญาตให้นำวันลามาหักลบวันทำงาน คุณสามารถเจรจาขอเป็นเงินชดเชยแทนวันหยุดที่เหลือได้ นอกจากนี้ควรตรวจสอบสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น ค่าคอมมิชชั่นหรือโบนัส เพราะหลายบริษัทมีเงื่อนไขว่าหากยื่นใบลาออกแล้วจะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินก้อนดังกล่าว ดังนั้นควรวางแผนยื่นใบลาออกให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่เงินออกเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเอง
การโอนงานและเอกสารสำคัญ
การส่งมอบงานต้องทำอย่างมืออาชีพด้วยการทำ Handover Note หรือเอกสารสรุปงานให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ที่รับช่วงต่อสามารถทำงานได้ทันที รวมถึงการช่วยคัดเลือกหรือสัมภาษณ์คนใหม่หากได้รับมอบหมาย ในวันสุดท้ายของการทำงานอย่าลืมขอหนังสือรับรองการทำงานหรือ Letter of Employment ซึ่งจะระบุตำแหน่งและระยะเวลาการทำงานอย่างชัดเจน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการสมัครงานในอนาคต
ข้อควรระวังเมื่อต้องย้ายงาน
การย้ายไปบริษัทคู่แข่ง
การย้ายไปบริษัทคู่แข่งไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่ต้องระมัดระวังเรื่องสัญญาห้ามทำงานกับคู่แข่งหรือ Non-compete Agreement หากในสัญญาของคุณมีระบุไว้ ควรปรึกษาหัวหน้างานหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางออกที่เหมาะสม สิ่งสำคัญคือต้องไม่นำข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทเดิมไปเปิดเผยหรือใช้งานต่อที่ใหม่ การตรงไปตรงมากับหัวหน้างานว่ากำลังจะไปที่ไหนอาจเป็นทางเลือกที่ดีหากมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เพื่อให้ได้รับคำแนะนำและป้องกันปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
การแจ้งลาออกกระชั้นชิด
การลาออกแบบกะทันหันโดยไม่แจ้งล่วงหน้าตามกำหนดเป็นสัญญาณที่ไม่ดีและอาจส่งผลเสียต่อโปรไฟล์การทำงานของคุณ หากบริษัทใหม่เร่งรัดให้คุณเริ่มงานเร็วเกินไป ควรเจรจาขอประนีประนอมหรือแสดงความรับผิดชอบด้วยการช่วยงานในช่วงเย็นหรือเสาร์อาทิตย์เพื่อเร่งขั้นตอนการโอนงานให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด
Exit Interview และการวางแผนอาชีพ
การสัมภาษณ์ก่อนลาออกหรือ Exit Interview ไม่ใช่เวทีสำหรับการระบายความแค้น แต่คือการให้ข้อมูลเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาองค์กร หากมีปัญหาเรื่องการทำงาน ควรนำเสนอในเชิงที่ว่าระบบควรปรับปรุงอย่างไรเพื่อให้งานไหลลื่นขึ้น การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จะช่วยรักษาภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของคุณไว้ได้ดีที่สุด สุดท้ายนี้การวางแผนอาชีพควรทำเป็นระยะยาว ทั้งการย้ายงานเพื่อเพิ่มตำแหน่งงานและเงินเดือน รวมถึงการเลือกงานใหม่ที่เหมาะสมกับเป้าหมายชีวิตและการเติบโตในอนาคต
ที่มา : youtube channel Hunter B
